หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนจี้รัฐปล...

เอกชนจี้รัฐปลดล็อกอุตฯมารีน่า ยืดเวลาจอดเรือ-เลิกแวต “สุริยะ”รวบปัญหาเข้าครม.

2.11.20 | 18:56 น.

“เชิญพร”ปธ.สภาอุตสาหกรรมภูเก็ตร้องก.อุตแก้อุปสรรคอุตฯมารีน่า ยืดเวลาจากปัจจุบันจอดเรือแค่ 6 เดือน-คนประจำเรือแค่ 30 วัน เทียบคู่แข่งสิงคโปร์ มาเลเซียไม่จำกัดเวลา พร้อมร้องคลังเลิกเก็บแวตเพราะไม่เข้าประเทศจริง เอกชนขอคืนทีหลังได้ ด้าน”สุริยะ”รับปากแก้ทุกปัญหา ดันเข้าครม.ภายในพ.ย.นี้

น.ส.เชิญพร กาญจนสายะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภูเก็ต เปิดเผยระหว่างหารือร่วมกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมชมบริษัท ภูเก็ตโบ๊ทลากูน บริษัทท่าจอด/ต่อและซ่อมแซมเรือครบวงจรแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเตรียมการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่(ครม.สัญจร) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน ว่า ภาคเอกชนขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม แก้ปัญหาปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ ในกิจการต่อและซ่อมเรือ โดยเฉพาะการขยายระยะเวลาอนุญาตให้เรือสำราญจอดอยู่ในประเทศไทยได้นาน 3 ปี จากปัจจุบันกำหนดเพียง 6 เดือน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันกับคู่แข่ง จากปัจจุบัน สิงคโปร์และมาเลเซียอนุญาตให้จอดได้ไม่จำกัดเวลา อินโดนีเซีย อนุญาตจอดได้ 3 ปี นอกจากนี้ขออนุญาตให้คนประจำเรืออยู่นานเท่ากับเรือด้วย จากปัจจุบันกำหนดเพียง 30 วันเท่าส่งกลับไป และต้องการให้กระทรวงการคลังยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) 7% จากมูลค่าเรือ โดยเสนอให้เก็บเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มจากรายได้ค่าเช่าและอื่นๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากแวตที่เรียกเก็บจากมูลค่าเรือไม่ได้เป็นรายได้เข้าประเทศ เพราะสามารถขอคืนได้ในภายหลัง

”ตอนนี้ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อหัว ถ้าทั่วไปใช้จ่ายเฉลี่ย 4,000 – 7,000 บาทต่อคนต่อครั้ง แต่ถ้าเป็นนักม่องเที่ยวกลุ่มเรือยอชท์ จะใช้จ่ายต่อหัวประมาน 30,000 -80,000 บาทต่อคนต่อครั้ง ถ้าปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆได้ คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศได้เพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า เป็น 30,000-40,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี”น.ส.เชิญพรกล่าว

ด้านนายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงอุตฯ เตรียมนำข้อเสนอของผู้ประกอบการทั้งหมดเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม. พิจารณาภายในเดือนนี้ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมต่อเรือ ซ่อมเรือของไทยเป็นสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางน้ำและเรือสำราญในภูมิภาคเอเชีย หรือมารีน่า ฮับ ออฟ เอเชีย โดยการปรับแก้กฎหมาย ข้อบังคับที่เอื้อต่อการประกอบกิจการอุตสาหกรรมมารีน่า ช่วยให้เกิดการจ้างงานกว่า 30,000 คน คาดมูลค่าเศรษฐกิจ 30,000-40,000 ล้านบาท เพราะอุตสาหกรรมเรือสำราญของไทยมีศักยภาพสูง มีกลุ่มผู้ประกอบการหลากหลาย ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และที่พักจัดสัมมนา ธุรกิจท่าจอด ต่อซ่อม สร้างเรือครบวงจร ธุรกิจผลิตผ้าใบเรือยอชท์ อุปกรณ์เรือยอร์ช พร้อมให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น

รายงานข่าว แจ้งว่า ภาคเอกชนยังเสนอกลางที่ประชุมให้มีแนวทางช่วยผู้ประกอบการการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ พร้อมเสนอให้ยืดระยะเวลาพักชำระหนี้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว ไปถึงสิ้นปี 2564 เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจ้างงาน รวมทั้งขอให้จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว สนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

Advertisement