หน้าแรก เศรษฐกิจ แหล่งเที่ยวหม...

แหล่งเที่ยวหมู่เกาะช้าง-น่าน ทำเงินสู่เศรษฐกิจ3แสนล. จ้างงานท้องถิ่นกว่า59%

8.08.16 | 17:38 น.

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. กล่าวในงาน DASTA Forum 2016 ในหัวข้อมูลค่าเศรษฐศาสตร์จากการพัฒนาการท่องเที่ยว “รัฐขาดทุนหรือกำไร” เมื่อจำเป็นต้องพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดความอยู่ดีมีสุขของประชาชน จัดโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ว่า ทุกภาคส่วนควรหันมาใส่ใจการพัฒนาการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงผู้คนในท้องถิ่นเป็นหลัก และอาจต้องยอมขาดทุนบ้างในการใช้งบประมาณดำเนินการพัฒนาการท่องเที่ยวบางกิจกรรม เพื่อแลกกับผลเชิงบวก ด้านสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ที่มีมูลค่ามหาศาล แม้ไม่อาจจับต้องได้ และแท้จริงแล้ว อุตสาหกรรมท่องเที่ยวคือกำไรที่สามารถแปลงออกมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ได้มากมาย

พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า ปีนี้ อพท.ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการวิเคราะห์และประเมินผลเชิงบวกด้านสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ในลักษณะมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์นำร่องใน 2 พื้นที่พิเศษ ได้แก่ 1.พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง 2.พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน พบว่า พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงมีมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ภาพรวมเท่ากับ 163,962 ล้านบาท โดยมีมูลค่าเศรษฐศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม 80,165 ล้านบาท มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ด้านสังคมและวัฒนธรรม 83,797 ล้านบาท ขณะที่พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน มีมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ภาพรวมเท่ากับ 123,829 ล้านบาท โดยมีมูลค่าเศรษฐศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม 51,847 ล้านบาท มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ด้านสังคมและวัฒนธรรม 71,982 ล้านบาท โดยเมื่อรวมมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของทั้ง 2 พื้นที่พิเศษ เท่ากับ 287,791 ล้านบาท

พ.อ.นาฬิกอติภัคกล่าวว่า ผลการประเมินการทวีคูณของรายได้จากการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษ อพท.ร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำการประเมินผลลัพธ์ของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท.ในมิติด้านเศรษฐกิจ พบว่า ภาคีเครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่เข้าร่วมการส่งเสริมตามแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกับ อพท.ส่งผลให้เกิดการทวีคูณของรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของพื้นที่พิเศษถึง 2.09 เท่า เป็นตัวเลขที่สูงกว่าผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในภาพรวมของพื้นที่พิเศษ ซึ่งมีผลการประเมินการทวีคูณของรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของพื้นที่พิเศษเพียง 1.38 เท่า

“ผลการประเมินแสดงให้เห็นอีกว่า ที่มาของตัวเลขมาจากความสามารถในการขายปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการของภาคีเครือข่าย โดยภาคีเครือข่ายของ อพท.จ้างแรงงานในท้องถิ่นกว่า 59% เป็นตัวเลขซึ่งสูงกว่าผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวที่ไม่ได้เป็นภาคีเครือข่ายฯ ซึ่งมีการจ้างแรงงานในท้องถิ่นเฉลี่ย 40%”