หน้าแรก เศรษฐกิจ ฮือฮา ธุรกิจเ...

ฮือฮา ธุรกิจเครื่องสำอางเฟื่อง โกยปีละ 2 แสนล้าน SMEs มุ่งเป้าไทยเป็นฮับเอเชีย

8.08.16 | 16:43 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 สิงหาคม ณ อาคาร Education Park มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) อ.เมือง จ.เชียงราย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มฟล.ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการโครงการพัฒนาเครื่องสำอางสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ กับนายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท โปรดักส์พลัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และยังเป็นประธานคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย โดยมี ดร.ภาณุพงษ์ ใจวุฒิ หัวหน้าโครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจขนาดเล็กและกลางหรือ SMEs เครื่องสำอางไทย มฟล.และ ดร.ธนธรรศ สนธีระ รองประธานคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย ร่วมเป็นพยาน วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสูตรตำรับของ มฟล.แก่ SMEs เครื่องสำอางไทย และนักศึกษาสามารถฝึกปฏิบัติการร่วมกับเอกชน รวมทั้งสำนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางของ มฟล.ก็จะใช้ความร่วมมือในการปฏิบัติการทดลอง วิจัยและพัฒนาเครื่องสำอางไทยให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายต่อไปด้วย

โดย รศ.ดร.วันชัยกล่าวว่า เมื่อราว 20 ปีก่อนธุรกิจที่มีมูลค่ามากคือธุรกิจอัญมณีและสิ่งทอ โดยมีมูลค่าปีละกว่า 60,000 ล้านบาท แต่ต่อมาเมื่อราว 10 ปีก่อนธุรกิจเครื่องสำอางเริ่มเติบโต โดยมีมูลค่าซื้อขายในประเทศราว 70,000-80,000 ล้านบาท กระทั่งปัจจุบันพบว่ามีมูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาทแล้วจึงถือเป็นธุรกิจใหญ่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถเพิ่มมูลค่าได้อีก ทาง มฟล.ในฐานะที่ได้ตั้งสำนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศตั้งแต่ปี 2548 โดยมีการสร้างโรงงานเครื่องสำอางต้นแบบและใช้เพื่อการเรียนการสอน รวมทั้งทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มฟล.ก็แสวงหาความร่วมมือกับ SMEs เพราะถือเป็นรากฐานของประเทศและสามารถร่วมมือกันได้เพราะไม่ถึงขั้นผลิตครั้งละมากๆ เหมือนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยทาง มฟล.มีการศึกษาวิจัยและองค์ความรู้ ส่วนภาคเอกชนเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์ ส่วนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้การสนับสนุนภายใต้งบประมาณเริ่มต้นจาก มฟล.และภาคเอกชน

รศ.ดร.วันชัยกล่าวอีกว่า ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเครื่องสำอางไทย โดยมีเป้าหมายที่จะให้มียี่ห้อเครื่องสำอางที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของนานาชาติจากประเทศไทยและทวีปเอเชีย เพราะในปัจจุบันเครื่องสำอางดังๆ ล้วนผลิตจากประเทศตะวันตกซึ่งเหมาะกับผิวคนตะวันตกเสียมากกว่า ดังนั้น คนเอเชียก็จำเป็นต้องมีเครื่องสำอางที่เหมาะกับคนเอเชียเช่นกัน ซึ่งความร่วมมือนี้สามารถทำให้ไปถึงจุดนั้นได้ โดยมีความร่วมมือ 3 ประสานคือ มฟล.ภาคเอกชนและกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าว เชื่อว่าในอนาคตเมื่อมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางของเอเชียแน่นอน

ดร.ภาณุพงษ์กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอางของประเทศไทยมีมูลค่าการตลาดสูงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนทั้งในด้านมูลค่าการตลาด คุณภาพและความปลอดภัย ปัจจุบันจากวิสัยทัศน์ของอธิการบดี มฟล.ที่ตั้งสำนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเป็นเครื่องแรกของประเทศมาได้ 10 กว่าปี ทำให้มีการสั่งสมองค์ความรู้จากงานวิจัย ต่อยอดและพัฒนาด้วยการนำวัตถุดิบที่เป็นพืช สมุนไพรและภูมิปัญญาไทยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ขณะที่ธุรกิจ SMEs ในประเทศต้องการพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาตลาดที่เติบโตอย่างมากดังกล่าว โดยพบว่ามี SMEs กว่า 760 รายที่ต้องการการสนับสนุนจากรัฐเพื่อแข่งขันกับบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่จากต่างชาติ

ด้านนายสมประสงค์กล่าวว่า ปัจจุบันได้ประสานกับ SMEs ต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้กว่า 10 รายแล้ว และจะมีการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง 2016 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ในเร็วๆ นี้ โดยจะอาศัยความร่วมมือกันดังกล่าวทำการพัฒนาผลิตและตลาด เพราะกรณีของประเทศเกาหลีใต้ที่ธุรกิจเครื่องสำอางเติบโตอย่างรวดเร็วก็เพราะทุกฝ่ายของเขาร่วมกันพัฒนาทั้งหมด ดังนั้นประเทศไทยก็กำลังร่วมมือกัน โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นดังกล่าว และเราได้เปรียบตรงที่มีองค์ความรู้ ภูมิปัญญา ทรัพยากรโดยเฉพาะสมุนไพรจากท้องถิ่นที่มีอยู่อย่างมากมายอยู่แล้ว เมื่อร่วมกันทุกฝ่ายคาดว่าจะเติบโตได้ดีแน่นอน

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่าในปัจจุบันสำนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มฟล.และโครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนธุรกิจขนาดเล็กและกลางหรือ SMEs เครื่องสำอางไทย มฟล.ได้วิจัยและผลิตเครื่องสำอางที่มีคุณภาพหลากหลาย เช่น สารประกอบโลหะเชิงซ้อนจากข้าวเหนียวดำที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยมีการผลิตเป็นมาสคาร่า อายไลเนอร์ ฯลฯ สารสกัดเมล็ดเงาะที่ให้ความชุ่มชื้นสูงสามารถผลิตเป็นสบู่ ลิปสติก ฯลฯ เครื่องสำอางต่างๆ ที่มีส่วนผสมของสารสกัดชาอัสสัมเพื่อต้านอนุมูลอิสระและต้านความชรา สารสกัดกจากเปลือกผลกาแฟ สารสกัดเมล็ดเสาวรส ฯลฯ ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดและมีผู้สั่งจองจำนวนมากเพราะเป็นการสกัดจากธรรมชาติที่ไม่ผลข้างเคียง