คลุกวงหุ้น : กรุงศรีคาดตลาดขึ้นรับ “ไบเดน”

คลุกวงหุ้น : “กรุงศรี” คาดตลาดขึ้น รับการมาของ “ไบเดน”ปธน.สหรัฐ ระยะถัดไปขึ้น-ลง อิงปัจจัยในประเทศเป็นหลัก

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยนายโจ ไบเดน ชนะและได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 ทำให้มองว่าการค้าระหว่างประเทศจะมีบรรยากาศที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสงครามการค้า (เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐและจีน รวทถึงสหรัฐและประเทศอื่นๆ ด้วย มีโอกาสที่จะเบาบางลง เพราะนโยบายของนายโจ ไบเดน มีความยืดหยุ่นมากกว่า รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินออกมามากกว่าที่ประเมินไว้ในช่วงแรก ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับในเชิงบวกต่อการที่นายโจ ไบเดน จะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ รวมถึงตลาดทองคำ และราคาน้ำมันก็ปรับขึ้นมาด้วยเช่นกัน

นายชัยยศ กล่าวว่า สำหรับภาพตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ประเมินว่าคงไม่ได้ตอบรับผลการเลือกตั้งสหรัฐแล้ว เพราะดัชนีหุ้นปรับขึ้นกว่า 40-50 จุดแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สัปดาห์นี้จะเป็นการติดตามปัจจัยในประเทศแทน โดยคาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวแกว่งตัวต่อไปตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ที่ทยอยประกาศออกมา ซึ่งให้กรอบการเคลื่อนที่ระดับ 1,240-1,285 จุด ส่วนในช่วงปลายปี 2563 คาดว่าดัชนีจะขึ้นไปแตะระดับ 1,350 จุดได้ เพราะจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในส่วนของกองทุนอาร์เอ็มเอฟ และเอฟเอฟเอส ซึ่งจะช่วยในการลดหย่อนภาษีได้ ทำให้เชื่อว่าเม็ดเงินเหล่านี้ จะเข้ามาสนับสนุนำให้ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกได้

นายชัยยศ กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามในประเทศที่สำคัญคือ การประกาศงบการเงินประจำไตรมาส 3/2563 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ที่ได้ทยอยประกาศออกมาและสิ้นสุดในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ รวมถึงปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่ยังหาจุดตกลงร่วมกันไม่ได้ ในส่วนของผู้ชุมนุมแสดงจุดยืนทางการเมือง ก็ยืนยันในข้อเรียกร้องสามข้อที่ยื่นต่อรัฐบาล ในส่วนของรัฐบาลก็ยังยืนยันว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไม่มีการลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งต้องติดตามว่าทั้งสองฝ่ายจะมีทางออกร่วมกันได้อย่างไรบ้าง เพราะหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป การเดินหน้าต่อของประเทศไทยก็จะลำบากได้

“ปัจจัยที่ต้องติดตามในต่างประเทศคือ สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งแม้สถานการณ์การระบาดในประเทศไทยจะดูค่อนข้างนิ่งมากแล้วแต่การระบาดในต่างประเทศค่อนข้างร้อนแรงมากโดยเฉพาะในโซนยุโรปและสหรัฐที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 100,000 คนต่อวัน ซึ่งถือเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ที่มากกว่าช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงการระบาดโควิด-19 ช่วงแรกๆ จึงถือเป็นปัจจัยกดดันที่น่ากลัวมาก ด้านกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ เลือกลงทุนในหุ้นที่งบไตรมาส 3 จะออกมาดี” นายชัยยศ กล่าว

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วรงค์ ลั่น ไม่ทนอีกแล้ว ม็อบยื่นจม.มิบังควร ปลุกไทยภักดีรวมพลบี้รบ. เอาผิดพวกเหิมเกริม
บทความถัดไปคิดว่าผลการเลือกตั้งท้องถิ่น จะเป็นตัวชี้วัดคะแนนนิยมของรัฐบาลว่าดีขึ้นหรือลดลงได้หรือไม่