หน้าแรก เศรษฐกิจ TQM โชว์ไตรมา...

TQM โชว์ไตรมาส3 ผลดำเนินงาน-กำไรโตได้ต่อเนื่อง ประกาศสยายปีกสู่ CLMV ประเดิมเข้าลงทุน “กัมพูชา-ลาว” พ.ย.นี้

12.11.20 | 18:13 น.

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการ บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีมติอนุมัติเข้าลงทุนในกิจการ บริษัท ทีโอ 2020 จำกัด จำนวน 49,998 หุ้น ราคา 100 บาท/หุ้น โดยบริษัท ฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99 % วัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในบริษัทร่วมทุน (JV) กับกลุ่มบริษัท Asia Investment and Financial Services Co., Ltd. (AIF) ในนามบริษัท BIC Insurance จำกัด เพื่อเปิดตลาดประกันภัยในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีสัดส่วน 49% ของทุนจดทะเบียน หลังจากดำเนินการแล้วเสร็จและโอนหุ้นทั้งหมดได้ภายในปี 2563 โดยจะเริ่มดำเนินธุรกิจตามแผนงานที่ได้ลงนามตาม MOU ต่อไป

ดร.อัญชลิน กล่าวว่า การเข้าลงทุนครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อจิ๊กซอว์ก้าวสู่การเป็น “Digital Insurance Broker” อันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างการเติบโตที่โดดเด่นต่อเนื่อง ผลักดันเบี้ยประกันภัยแตะ 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 ตามเป้าหมาย

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท Asia Investment and Financial Services Co., Ltd. (AIF) ในครั้งนี้ เพื่อทำการขยายตลาดประกันภัยในประเทศกัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับกลุ่มบริษัท TQM ได้ในอนาคต โดยภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะมีการนำ Technology Knowhow พร้อมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการขายช่วยในการขยายตลาดทั้ง B2B B2C และตลาดรายย่อยต่อไปโดยผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นกำลังดำเนินการเปิดกิจการที่ประเทศกัมพูชาในเดือนพฤศจิกายนนี้

ดร.อัญชลิน ยังกล่าวถึงผลการดำเนินงานล่าสุด ไตรมาส 3/63 ว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิ 169.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน พุ่งทะยานต่อเนื่อง ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการ 12% แตะ 774 ล้านบาท ส่วนรวม 9 เดือน รายได้รวม 2,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 298 ล้านบาท หรือคิดเป็น 14.6% กำไรสุทธิ 512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.6 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43.7% ซึ่งมาจากยอดขายประกันภัยเกือบทุกประเภทเติบโตขึ้นในทุกช่องทาง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนและค่าใช้จ่ายการให้บริการปรับเพิ่มขึ้น 7% ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น จากการเดินหน้านำดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและประสิทธิผลงานด้านบริการ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้ในระดับสูงที่ 50% และส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ในระดับ 22%

ด้านดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มโค้งสุดท้ายไตรมาส 4/2563 นี้ มั่นใจเติบโตแข็งแกร่งตามแผนงานที่วางไว้ ทั้ง Organic Growth และ Inorganic Growth อาทิ การเตรียมตั้งบริษัทรับเคลมประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ (A&H) รองรับตลาดประกันสุขภาพภายในประเทศที่กำลังเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแนวโน้มอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นทุกปี รวมถึงการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)

Advertisement

พร้อมทั้งการผนึกความร่วมมือพันธมิตร ร่วมคิดค้นผลิตภัณฑ์และขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ พร้อมเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งเตรียมผนึกความร่วมมือบริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด นำ Big Data มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับประกันภัยบ้านให้กับผู้บริโภคคนไทย ต่อยอดการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงโค้งสุดท้าย หนุนภาพรวมผลงานทั้งปี 2563 มีโอกาสปิดได้มากกว่าเป้าหมาย 15,000 ล้านบาท