นายวิกรานต์ ลำไย เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับกระแสการเล่นเกม “โปเกม่อน โก” นั้นประเมินว่าจะไม่ส่งผลบวกต่อรายได้และผลประกอบการของผู้ประกอบการค่ายมือถือทั้ง 3 เจ้า คือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เนื่องจากบริเวณที่มีเสาและมีโปเกม่อนจำนวนมากมักเป็นจุดที่แต่ละค่ายมือถือมีไวไฟไว้บริการ ทำให้การใช้ดาต้าไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมนัก
“จากการสำรวจข้อมูลพบว่าหากผู้เล่นเกมใช้เวลาเล่นเกมโปเกม่อนประมาณครึ่งชั่วโมงต่อวันจะใช้อินเตอร์เน็ตไปประมาณ 5-10 เมกะไบต์ต่อครั้ง หรือประมาณ 2 กิกะไบต์ต่อเดือน ซึ่งแพคเกจส่วนใหญ่ของแต่ละค่ายมักจะเป็นรูปแบบอินเตอร์เน็ตอันลิมิเต็ดอยู่แล้วจึงไม่ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งเกมโปเกมอนจะใช้จีพีเอสมากกว่าอินเตอร์เน็ต” นายวิกรานต์กล่าว
ทั้งนี้ ในแง่การตลาดของทรูที่ได้ลิขสิทธิ์เพื่อมาทำตลาดให้ค่ายมือถือนั้น คาดว่าในอนาคตทรูอาจจะออกแพคเกจเล่นโปเกมอนโดยไม่คิดค่าบริการดาต้า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ค่ายมือถือในประเทศสหรัฐอเมริกาดำเนินการอยู่ หากทรูทำตามจะเพิ่มฐานลูกค้าให้มาใช้ทรูเพิ่มขึ้นนอกจากนี้ ทรูยังได้ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกด้วย จึงคาดว่าภายในปี 2561 ทรูจะมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 2 แซงหน้าดีแทคและพลิกกลับมามีกำไรได้ 3,700 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะขาดทุน 2,700 ล้านบาท เพราะมีค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกและค่าใบอนุญาติคลื่น 4จี อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหากดูกลยุทธ์ของทรูจะพบว่าพยายามดึงลูกค้าแบบเติมเงินเข้ามาเป็นฐานลูกค้า เห็นได้จากอัตราค่าบริการรายเดือนเมื่อคิดตามดาต้าของทรูถือว่าแพงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้นกลุ่มสื่อสารวันที่ 9 สิงหาคม ว่า ราคาหุ้นทรูปิดที่ 9.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.15บาท หรือ 1.68% ดีแทคปิดที่ 33 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 3.13% และเอไอเอสปิดที่ 186 บาท เพิ่มขึ้น 1บาท หรือ 0.54%

