ประกาศผล DJSI ทรูได้คะแนนสูงสุดของโลก ในกลุ่มโทรคมนาคมปีล่าสุด

ประกาศผล DJSI ทรูได้คะแนนสูงสุดของโลก ในกลุ่มโทรคมนาคมปีล่าสุด และคงสถานะสมาชิกดัชนีดาวโจนส์ 4 ปีซ้อน ย้ำภาพผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งทำธุรกิจ พัฒนานวัตกรรม ขับเคลื่อนทุกมิติสู่ความยั่งยืน

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 ด้วยปณิธานของกลุ่มทรู ที่มุ่งเน้นนำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนานวัตกรรมที่เข้าใจและคืนสมดุลให้ทุกมิติเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน ทำให้กลุ่มทรู ได้รับการยอมรับในเวทีความยั่งยืนระดับโลก ประจำปี 2020 โดยเป็นองค์กรสื่อสารโทรคมนาคมไทย เพียงรายแรกและรายเดียวที่ติดอันดับสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประเภทตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ด้วยคะแนนสูงสุดที่ 1 (World Industry Leader) ของโลก 3 ปีซ้อนของหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

รวมถึงคงสถานะเป็นสมาชิกดาวน์โจนส์ ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 (2017 – 2020) สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มทรูในการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานบรรษัทภิบาลที่แข็งแกร่ง คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตามยุทธศาสตร์ภายใต้กรอบ 3 H’s : Heart Health Home พร้อมประกาศเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายอันท้าทายของปี 2030 ทั้งการก้าวเป็นองค์กร Carbon Neutral และกำหนดของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานต้องเป็นศูนย์ ภายในปี 2030 เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวและยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชาติต่อไป

นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มทรู ที่ในปี 2563 นี้ กลุ่มทรู ยังคงได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI ประเภท Emerging Markets ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 (2017 – 2020) อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่มีคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกในหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 3 ปีซ้อน อันเป็นผลจากความมุ่งมั่นตั้งใจของกลุ่มทรู ในการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

โดยกลุ่มทรู ได้ยึดหลักปฏิบัติและดำเนินงานภายใต้กรอบ 3H’s มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย Heart – มุ่งมั่นทำธุรกิจด้วยใจที่ยั่งยืน Health – มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน และ Home – มุ่งมั่นเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ขณะเดียวกันยังได้นำศักยภาพและนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล มาสร้างคุณค่าระยะยาวทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งความภูมิใจครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มทรู เดินหน้าดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายแห่งความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องต่อไป

นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มทรูให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย และมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม อีกทั้งยังพัฒนาสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนการสนับสนุนการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มทรู เติบโตอย่างมั่นคง รวมถึงสร้างความยั่งยืนในทุกระดับไปด้วยกัน ทั้งนี้ การที่ได้เป็นบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมไทยเพียงรายแรกและรายเดียว ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของ DJSI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และได้รับคะแนนสูงสุด 3 ปีซ้อนนี้ ไม่เพียงจะย้ำภาพความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสื่อสารที่เข้าใจทุกปัญหาและความต้องการของทุกภาคส่วน แต่ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่นักลงทุน นักวิเคราะห์ทางการเงิน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ทั่วโลกอีกด้วย

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บมจ. ทรูคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลกครั้งนี้ เป็นผลมาจากทุกคนในองค์กรที่ต่างตั้งใจและทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ตามนโยบายการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้านความยั่งยืน และชาวทรูทุกคนจะยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับเป้าหมายสู่ปี 2030 นี้ นับว่าท้าทายอย่างมาก ด้วยกลุ่มทรู ได้กำหนดและต้องการบรรลุเป้าหมายที่สำคัญ 2 ข้อ ได้แก่ 1.การเป็นองค์กร Carbon Neutral ภายในปี 2030 ลดการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ เลิกใช้เทคโนโลยีที่สิ้นเปลืองพลังงาน และใช้พลังงานทางเลือก และ 2.กำหนดให้ของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานต้องเป็นศูนย์ ภายในปี 2030 เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ DJSI เป็นกลุ่มดัชนีความยั่งยืนระดับสากลที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยทุกปีจะมีการคัดเลือกบริษัทขนาดใหญ่มากกว่า 3,500 บริษัททั่วโลกซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าบริษัทสูงเป็นอันดับต้น มาเข้าร่วมการประเมินด้านความยั่งยืนของธุรกิจ (Corporate Sustainability Assessment หรือ CSA)

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘คณะสิทธิราษฎร์’ เสนอ 6 ข้อเรียกร้องปมสสร. ลั่นต้องเสรี เป็นธรรม มีอำนาจแก้รธน.ทุกมาตรา
บทความถัดไป‘มาโน่’ มั่นใจ ‘ช้างศึก’ ไปได้สวยในคัดบอลโลก หวังตัวเองได้ทีมใหม่เร็วๆ