“สุริยะ”สั่งลุยบีซีจีรับเทรนด์ค้าโลก-ผู้บริโภคยุคใหม่
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม ตามนโยบายรัฐบาลด้าน BCG (เศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy เศรษฐกิจสีเขียว Green Economy) ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก ที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ และนำมาเป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุในการทำลายสิ่งแวดล้อมรัฐบาลจึงได้ประกาศนโยบายเศรษฐกิจใหม่ หรือ BCG โมเดล โดยบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมในสามมิติพร้อมกัน ได้แก่ Bio Circular และ Green เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
กระทรวงอุตสาหกรรมขานรับนโยบายดังกล่าว ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดดำเนินการ โดยเฉพาะ สมอ. ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติที่กำกับดูแลและส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนำมาตรฐานไปใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า และรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศได้ดำเนินการกำหนดมาตรฐานตามนโยบายรัฐบาลด้าน BCGอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ในการจัดการทรัพยากรภายในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ยังได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จัดทำยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม BCG เพื่อที่จะเสนอคณะรัฐมาตรี (ครม.) เพื่อผลักดันมาตรการนี้ต่อไป รวมทั้งยังได้มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) เข้าไปเข้มงวดกับนิคมฯ และภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้มีการดำเนินงานตามมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนนี้ ทั้งนี้ ภายหลังจากที่นายโจ ไบเดน ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ จะให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และจะเป็นมาตรการกีดกันการค้าในอนาคต ประเทศต่าง ๆ ที่ทำการค้ากับสหรัฐจะต้องปรับตัวในแนวทางนี้ โดยเฉพาะประเทศไทยที่พึ่งพาตลาดสหรัฐในสัดส่วนที่สูง
“ในโลกการค้ายุคนี้ ผู้บริโภคซื้อสินค้าจะให้ความสนใจในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งการที่บริษัทใดผลิตสินค้าได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มีการดำเนินงานตามมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคดีขึ้น และยังช่ายให้สินค้าไทยก้างข้างกำแพงกีดกันการค้าได้ในอนาคต โดยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนชั้นนำของไทยจะเข้ามาร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้กับบริษัทขนาดกลางและเลห็กให้ปรับตัวไปสู่มาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไป” นายสุริยะกล่าว
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า สมอ. ได้ดำเนินการกำหนดมาตรฐานตามนโยบายรัฐบาลด้าน BCG โดยกำหนดมาตรฐานพลาสติกชีวภาพ มาตรฐานการนำวัสดุเหลือใช้มาหมุนเวียนใช้ใหม่ และมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์ และลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ประกาศใช้ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2563 เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนนำไปใช้ในการจัดการทรัพยากรในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้งาน และการนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นวัตถุดิบใหม่ รวมถึงการออกแบบการดำเนินงานของธุรกิจ และการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่งผลให้ปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นมีจำนวนลดน้อยลง จนกระทั่งนำไปสู่การไม่มีของเสีย
ในอนาคต มาตรฐานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม จะเป็นมาตรการสำคัญด้านการค้า โดยคาดว่าหน่วยงานออกมาตรฐานไอเอสโอ จะออกมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นมาตรฐานสากลในกลางปี 2564 และคาดว่าอีกภายใน 3 ปี จะกลายมาเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ สมอ. จะออกมาตรฐานรับรองผลิตภัณฑ์รีไซเคิล ที่จะรับรองว่าสินค้าแต่ละชนิดใช้วัตถุดิบรีไซเคิลกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ผู้ซื้อต่างชาติมั่นใจว่าใช้วัสดุรีไซเคิลจริง และมีความแข็งแรงทดทานตามที่กำหนด
“หลังจากที่หน่วยงานรับรองมาตรฐานไอเอสโอประกาศมาตรฐานใหม่ให้คนทั่วโลกรู้จัก จากนั้นอีกไม่กี่ปีก็จะกลายมาเป็นมาตรฐานกีดกัน ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ออกมาตรการเชิงรุก โดย สมอ. จะร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการออกไปให้ความรู้กับผู้ประกอบการทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้ก่อนที่จะมีมาตรการกีดกันการค้า ซึ่งจะทำให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ในอนาคต” นายวันชัยกล่าว

