หน้าแรก เศรษฐกิจ สบน.ออกพันธบั...

สบน.ออกพันธบัตรออมทรัพย์5หมื่นล.หลังปีใหม่ หากจำเป็นเหลือกู้ได้อีก1แสนลบ.

17.11.20 | 19:38 น.

สบน.ออกพันธบัตรออมทรัพย์5หมื่นล.หลังปีใหม่ หากจำเป็นเหลือกู้ได้อีก1แสนลบ.

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า แผนการออกพันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ 2564 สบน.มีเป้าหมายไม่เกิน 1 แสนล้านบาท โดยกำหนดรอบแรกในช่วงหลังปีใหม่ จำนวน 5 หมื่นล้านบาท การออกพันธบัตรออมทรัพย์จะต้องดูความต้องการการใช้เงิน ถ้าหากไม่มีความต้องการใช้เงินที่ชัดเจน สบน.อาจจะไม่ต้องออกพันธบัตรออมทรัพย์ ซึ่งถ้าหากต้องการใช้เงิน การออกพันธบัตรออมทรัพย์ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากประชาชนได้รับผลตอบแทนค่อนข้างดี ส่วนการออกพันธบัตรหลังช่วงปีใหม่นั้น จะใช้สำหรับชดเชยการขาดดุลหรือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น จะต้องดูรายละเอียดอีกครั้งว่าใช้เงินช่วยเหลือทั้งสองอย่างได้หรือไม่ และจะต้องดูว่าเรื่องไหนต้องการใช้เงินมากกว่าด้วย

นางแพตริเซีย กล่าวว่า ในส่วนดอกเบี้ยของพันธบัตรออมทรัพย์จะเท่าไรนั้น ต้องดูดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ณ วันที่ธนบัตรออกก่อน เพราะการออกพันธบัตรออมทรัพย์ต้องอ้างอิงตามนโยบาย รวมทั้งจะต้องดูตลาดว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยดูความเหมาะสมของดอกเบี้ยว่าจะเป็นแบบไหน ส่วนในปีงบประมาณ 2563 สบน.ออกพันธบัตรออมทรัพย์ทั้งสิ้น 1 แสนล้านบาท ตามแผนที่วางไว้ และเป้าหมายในปี 2564 อีก 1 แสนล้านบาทเช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นพ.ร.ก.พิเศษที่ออกมาเพราะต้องการใช้เงินจำนวนมาก จากปกติที่ สบน.จะออกพันธบัตรออมทรัพย์ 5 หมื่นล้านบาทต่อปีเท่านั้น

นาง แพตริเซีย กล่าวว่า เรื่องการกู้ขาดดุลรายจ่ายสูงกว่ารายได้นั้น เป็นไปตามกฎหมายของกระทรวงการคลัง ที่ระบุว่าสามารถกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณได้ 20% ของงบประมาณรายจ่าย รวมกับ 80% ของเงินต้นชำระคืนเงินกู้ วงเงิน 7 แสนล้านบาท หักกับที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปี 2564 ที่ขาดดุลงบประมาณ 6 แสนล้านบาท เมื่อลบกันแล้วจะเหลือช่องว่างให้กู้เงินกรณีขาดดุลประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งถ้าหากต้องการใช้เงินนมากกว่าที่กู้ได้ จะทำได้ตอบเมื่อตรากฎหมายพิเศษขึ้นมา และต้องปรึกษากัฝ่ายนโยบายด้วย ทั้งนี้ทุกอย่างต้องอบู่บนความเหมาะสม

นางแพตริเซีย กล่าวว่า การใช้เงินจะมากกว่างบประมาณขาดดุลหรือไม่ต้องรอดูนโยบายด้วย และยังเร็วไปที่จะพูดตอนนี้ เพราะขณะนี้เศรษฐกิจฟื้นตัวค่อนข้างแรง ทำให้การจัดเก็บรายได้ดีขึ้นกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นการกู้กรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้จำเป็นหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูตัวเลขจัดเก็บที่ชัดเจนก่อน จะรู้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ซึ่งทาง สบน. เป็นหน่วยงานท้ายๆ ที่จะทราบข้อมูล และถ้ารายได้ไม่ถึงเป้าหมายการจัดเก็บจึงจะใช้เงินในส่วนนี้