น.ส.ธิดา แก้วบุตตา กรรมการบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยังคงเป้าหมายรายได้และกำไรเติบโต 20-30% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 3,776.65 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,336.11 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปี 2559 พอร์ตสินเชื่อจะทำได้ 1.8 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันทำได้ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าในไตรมาสที่ 3/2559 การเติบโตของสินเชื่อจะดีกว่าไตรมาสก่อนหน้าเพราะเป็นช่วงที่ประชาชนต้องการใช้เงินมากที่สุด ขณะที่ต้นปีบางบริษัทจ่ายโบนัสลูกค้าจึงพอมีสภาพคล่องบ้าง
น.ส.ธิดากล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจลีสซิ่งยังคงแข่งขันสูง แต่ไม่มีผลต่อผลประกอบการหรือกำไรของแต่ละบริษัท เพราะแต่ละแห่งมีกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าที่แตกต่างกัน เช่น ราคา ความสะดวกสบาย วงเงินการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งบริษัทใช้กลยุทธ์ความสะดวกสบายและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ลูกค้าขณะที่บางเจ้าใช้กลยุทธ์ด้านราคา ทั้งนี้ ประเมินว่าผู้เล่นรายใหม่ หรือผู้เล่นรายเล็กคงเข้ามาได้ยากแล้วเพราะรายใหญ่แต่ละรายต่างขยายตลาดไปครอบคลุมแต่ละพื้นที่ แต่เชื่อว่าตลาดลีสซิ่งยังโตต่อเนื่องเพราะฐานลูกค้ามีเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี
นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังฝนตกเพิ่มขึ้นเกษตรกรสามารถเพาะปลูกตามได้ปกติจึงเริ่มเห็นลูกค้าเข้ามาขอสินเชื่อเพื่อนำเงินไปซื้อย่าฆ่าแมลง ปุ๋ย แต่กำลังส่งค่างวดจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ต้องติดตามหลังจากนี้อีกประมาณ 90 วัน ทั้งนี้ ปัจจุบันภาพรวมการชำระค่างวดยังคงเป็นไปตามปกติและเริ่มกลับมาดีขึ้นในบางภาค อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเชื่อว่าความต้องการสินเชื่อยังอยู่ในระดับสูง เพราะลูกค้าจะมีความต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์ ซื้อจักรยานยนต์ใหม่ หรือต้องการโทรทัศน์เครื่องใหม่เป็นต้น ส่วนกลยุทธ์การเปิดสาขานั้นคาดว่าสิ้นปี 2559 จะเปิดสาขาได้ 1,600 สาขา โดยจะเน้นขยายสาขาแบบมีคุณภาพ เมื่อเริ่มกิจการในแต่ละพื้นที่จะส่งเจ้าหน้าที่ไปเดินตลาด หรือตั้งบู้ทตามตลาดนัดเพื่อแนะนำอัตราดอกเบี้ย

