หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีจีเอ คิกออฟ...

ดีจีเอ คิกออฟศูนย์เอไอภาครัฐ หวังยกระดับการบริการภาครัฐ-เกิดประโยชน์กับปชช.

27.11.20 | 18:16 น.

ดีจีเอ คิกออฟศูนย์เอไอภาครัฐ หวังยกระดับการบริการภาครัฐ-เกิดประโยชน์กับปชช.

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ภาครัฐโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) หรือดีจีเอ โดยนายอนุชากล่าว ปาฐกถาถึงความสำคัญในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่อการใช้งานของหน่วยงานภาครัฐว่าประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)) ให้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วและสามารถประยุกต์ใช้ในบริบทที่หลากหลาย ประเทศนั้นย่อมสร้างความได้เปรียบในหลากหลายมิติ เช่น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเอไอในการทำงานของรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวก ประชาชนประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มศักยภาพด้านผลผลิต ให้กับประชาชนตลอดจนยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศผล คือ Government Artificial Intelligence Readiness Index 2019 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 56 จาก 196 ประเทศ

โดยเทียบจากดัชนีชี้วัดความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ของรัฐบาลใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ การกำกับดูแล, โครงสร้างพื้นฐานและข้อมูล, ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ และการศึกษา รวมถึงการประเมินในส่วนของรัฐบาล และการบริการสาธารณะต่ำกว่า แม้ว่าในปี 2020 ประเทศไทยจะอยู่ในอันดับที่ 60 เนื่องจากประเทศต่างๆ เริ่มตื่นตัวในการเตรียมความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น ในส่วนของภาครัฐไทยเองยังจำเป็นต้องมีการวางยุทธศาสตร์ชาติต้านปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นรูปธรรม การจัดตั้งหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อผลักดันและประยุกต์ใช้ในหน่วยงานภาครัฐ จึงเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

ปัจจุบันเอไอถือเป็นเทคโนโลยีที่ประเทศไทยยังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญเข้ามารองรับความต้องการ ทั้งในภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษา เนื่องจากการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขานี้จะใช้เวลานาน ส่งผลให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลงทุนเทคโนโลยีเอไอในมูลค่าที่สูง จึงเกิดแนวความคิดที่จะรวบรวมผลงานเอไอพร้อมใช้ และผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอที่มีความตั้งใจพัฒนาเพื่อประเทศมาพบปะหารือ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีนี้ร่วมกัน รวมถึงการสร้างชุมชนเอไอ ผ่านศูนย์เอไอภาครัฐ ด้วยจุดหมายที่ต้องการให้เกิดความร่วมมือ จากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคการศึกษา เพื่อให้เอไอสร้างผลงานและแจ้งเกิดอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ปัญญาประดิษฐ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ.2563-2565 ในยุทธศาสตร์ที่ 4 ว่าด้วยการปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่มุ่งเน้นความโปร่งใส เพื่ออำนวยความสะดวก มีความรวดเร็ว และเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว โดยบริการของภาครัฐตอบสนองการบริการประชาชนผู้ประกอบการทุกภาคส่วนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้สะดวกและเหมาะสม เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ การจัดเก็บและบริหารฐานข้อมูลที่บูรณาการ ไม่ซ้ำซ้อน สามารถรองรับการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานและให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เป็นความก้าวหน้าที่น่ายินดีอย่างยิ่งของประเทศไทย เนื่องจากเป็นก้าวที่สำคัญในการที่จะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐในการที่จะนำเทคโนโลยีเอไอมาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานภาครัฐไทยเพื่อมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล และสิ่งที่คาดหวังในอนาคตต่อจากวันนี้ คือ ความร่วมมือและความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน ในการเข้ามาร่วมพัฒนาหน่วยงานภาครัฐให้มีศักยภาพ และความพร้อมของประเทศไทยให้ทัดเทียมในระดับนานาชาติ เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยทุกคนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของคนในชาติได้อย่างมั่นคงมั่นคั่งยั่งยืน

Advertisement

นายสุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (ดีจีเอ) กล่าวว่า ดีจีเอมีบทบาทและหน้าที่ในการสนับสนุนและส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐสามารถให้บริการสาธารณะในช่องทางดิจิทัลได้ โดยมีการบริหารจัดการและการบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทำงานให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้ง่ายขึ้น ทั้งสนับสนุนให้มีการ

เปิดเผยข้อมูลภาครัฐต่อสาธารณะและสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เช่น ความร่วมมือระหว่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) จึงเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันที่สำคัญเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนระบบนิเวศของนวัตกรรมด้าน GoVTech อย่างเป็นระบบ สามารถพัฒนาและส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐเข้าใจในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้งานด้านต่างๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเอไอ มาประยุกต์ใช้งานกับงานภาครัฐ เพื่อให้บริการกับหน่วยงานราชการและประชาชน

เอไอสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับทางด้านหลากหลายด้านทั้งวิเคราะห์ข้อมูลภาครัฐ เช่น ข้อมูลทางการเงิน การคลัง ข้อมูลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และข้อมูลของการจัดซื้อจัดจ้างหรือการประเมินเครดิต ด้วยความสามารถในการประมวลผลด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาดจะช่วยทำให้การวิเคราะห์และประเมินผล ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้งานด้านการตรวจสอบสามารถดำเนินการได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการป้องกันการทุจริตส่งเสริมความโปร่งใส ดังนั้น การมีศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ภาครัฐ จะช่วยให้พันธกิจในการพัฒนา และนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่องานภาครัฐมีประสิทธิภาพ และทิศทางพัฒนาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ยกระดับการบริหารจัดการระบบงาน และบริการภาครัฐ นำไปสู่ประโยชน์แก่ประชาชนต่อไป