นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศราฐกิจฐานรากและประชารัฐ (อี3) เปิดเผยว่า บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต จำกัด จัดเมนูพิเศษคือ กุ้งมังกรเจ็ดสี (ภูเก็ตล็อบสเตอร์) ที่ปรุงด้วยซอสเอ็กซ์โอสูตรต้นตำรับของโออิชิ เพื่อต้อนรับเดือนวันแม่ ตั้งแต่วันที่ 10-31 สิงหาคมนี้ ที่ร้านโออิชิแกรนด์ทุกสาขา โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะมอบให้กับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต จำกัด นอกจากนี้มีแผนจะร่วมมือกับกลุ่มทีซีซี นำเมนูภูเก็ตล็อบสเตอร์ไปเสิร์ฟลูกค้าของโรงแรม แมริออต ภูเก็ตด้วย เพื่อผลักดันสินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั่วประเทศ และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในชุมชน
นายฐาปนกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการเปิดบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จำกัด ในระยะที่ 3 ตามแผนเดิมต้องเปิดบริษัทในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อชุมชนจำนวน 18 จังหวัด แต่คณะทำงานได้ทยอยจัดตั้งแล้วประมาณ 23 จังหวัด มากกว่าแผนที่วางไว้ จึงคาดว่าจะสามารถดำเนินการเปิดบริษัทประชารัฐรักสามัคคีได้ครบ 76 จังหวัดภายในเดือนธันวาคมนี้
“สำหรับการดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมเอกชนนั้น มองไว้ว่าจะดำรงตำแหน่งแค่เพียง 6 เดือน ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ดังนั้น จะเร่งสร้างฐานและระบบของบริษัทให้เรียบร้อย จากนั้นจะขอสละสิทธิตำแหน่งหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานกลุ่มอี 3 และจะส่งตัวแทนของบริษัทเข้ามาสานงานอื่นๆ ต่อไป แต่ทั้งนี้การดำเนินการก็จำเป็นจะต้องใช้ความพร้อมจากบุคลากรท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้โครงการต่างๆ ดำเนินไปได้ด้วยดีด้วย” นายฐาปนกล่าว
นายฐาปนกล่าวว่า ก่อนจะสละตำแหน่งตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้ผู้ประกอบการในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นใน 3 กลุ่มงาน ได้แก่ การเกษตร แปรรูป และท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากความร่วมมือในโครงการช่วยเหลือชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งมังกรจังหวัดภูเก็ตและแถบอันดามัน ด้วยการนำมาประกอบเป็นเมนูพิเศษในร้านโออิชิแกรนด์ ต้อนรับเทศกาลวันแม่ แล้วมีแผนที่จะพัฒนาความร่วมมือในลักษณะนี้กับบริษัทเอกชนอื่นๆ ไม่เฉพาะกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ และมีแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้วยการจัดพาเที่ยวแบบอันซีน หรือสถานที่ๆคนยังไม่เคยไปในภูเก็ต โดยแผนนี้จะเป็นโมเดลต่อยอดใช้กับสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป
นายฐาปน กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังว่า มั่นใจว่าทุกอย่างจะฟื้นตัวดีขึ้น หลังผลการลงประชามติผ่านร่างรัฐธรรมนูญ สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่พอใจและเชื่อมั่นในการบริหารประเทศของรัฐบาล ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคภายในประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่พร้อมจะกลับมาเดินหน้าธุรกิจมากขึ้น ทางบริษัทเองก็เห็นชอบไปในทิศทางเดียวกัน และเพิ่งได้รับนโยบายจากนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้เดินหน้าลงทุนอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เพราะยังเห็นโอกาสในด้านทำเลที่ตั้งของไทยที่เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน จึงมีความได้เปรียบและมีศักภาพการแข่งขันสูงเมื่อเทียบกับประเทศโดยรอบ”
นายฐาปนกล่าวว่า บริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจอาหารในกลุ่มที่ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยร่วมมือกับบริษัท แม็กซิม กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารรายใหญ่ของฮ่องกง มาเปิดร้านอาหารในเครือแม็กซิมในไทย โดยมีบริษัท ฟู้ด ออฟ เอเชีย จำกัด เป็นผู้บริหารงาน พร้อมทั้งพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารของบริษัท 3 ร้าน ได้แก่ ร้านหม่าน ฟู่ หยวน ขายอาหารจีน ร้านโซอาเซียน ที่ขายอาหารไทย รวมถึงกาแฟและฟู้ดคอร์ท ในแบรนด์ ฟู้ดสตรีต อีกด้วย
