หน้าแรก เศรษฐกิจ ห่วงบาทแข็ง ก...

ห่วงบาทแข็ง กดจีพีดีไทยหดตัวต่ำกว่า 3% พิษเงินนอกทะลักเข้าตลาดหุ้น โบรกฯมองยาวปีหน้าดัชนีพุ่ง 1,700 จุด รับข่าวเลือกตั้ง

11.08.16 | 16:26 น.

ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาธร ธนาคารกสิกรไทย จัดงานสัมมนา “ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจไทยและหุ้นเด่น” นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2559 ที่ 3% แต่มีโอกาสปรับลดลง เนื่องจากค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเพิ่มขึ้น ส่งผลลบต่อภาคการท่องเที่ยว การส่งออกของไทย และมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจโลกเข้ามาประกอบ โดยธนาคารปรับเป้าหมายค่าเงินบาททั้งปีมาอยู่ที่ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่คาดว่าอยู่ที่ 36.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากกระแสเงินทุนยังไหลเข้าต่อเนื่องเงินต่างประเทศเข้ามาในตลาดหุ้นประมาณ 9.2 หมื่นล้านบาทและตลาดตราสารหนี้ประมาณ 7 แสนล้านบาท อีกทั้ง ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้เพราะมีความเสี่ยงเรื่องการเมือง แต่จะใช้วิธีสื่อสารว่าจะขึ้นต่อเนื่อง


ทั้งนี้ สิ่งที่พยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีมีเพียง 2 ปัจจัยคือการเบิกจ่ายภาครัฐและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม แม้ผลประชามติจะผ่านทั้งคำถามพ่วงและร่างรัฐธรรมนูญแต่การจัดการเลือกตั้งจะใช้เวลาอีกประมาณ 16 เดือน หรือปลายปี 2560 และยังต้องติดตามว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะสานต่อนโยบายชุดนี้หรือไม่จึงไม่ได้สร้างผลบวกมากนัก แต่ในส่วนนักลงทุนต่างประเทศจะมั่นใจมากขึ้นหากเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงเป้าหมายดัชนีสิ้นปี 2559 ที่ 1,530 จุด ที่ราคาปิดต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น(พีอี) ที่ 16.5 เท่า บนอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้น(อีพีเอส)ที่ 98 บาท และมีโอกาสปรับขึ้นหากกำไรในไตรมาสที่ 3และ 4 ออกมาดีต่อเนื่องหลังไตรมาส2/2559 ออกมาดีกว่าคาดโดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก แต่ในช่วงนี้หุ้นอาจพักฐานไม่หลุดกรอบ 1,480 จุด เพราะมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องความกังวลเรื่องขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ค่าเงินหยวนอ่อนค่าและการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา ขณะที่ปัจจัยหนุนคือการบริโภคในประเทศเริ่มดีขึ้น ยอดขายของบริษัทค้าปลีกในไตรมาสที่2/2559 เพิ่มขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นเอกชนกลับมา และเกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ตามปกติ สภาพคล่องในไทยและทั่วโลกยังสูง

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองดัชนีที่เป็นแนวต้านปี 2560 ที่ 1,650-1,700 จุด ด้วยระดับพีอีที่ 16.5 เท่าอีพีเอสที่ 105 บาท เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งปลายปีจะยิ่งหนุนความมั่นใจ ช่วงนี้หากนักลงทุนสนใจซื้อหุ้นแนะนำกลุ่มค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น รับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ และสามารถดูหุ้นกลุ่มโรงแรม ไอซีที และนิคมอุตสาหกรรมได้บ้าง

Advertisement

นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดเผยว่า คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้ 1 ครั้ง แต่เป็นการขึ้นเพื่อเตือนนักลงทุนเท่านั้น เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศที่ยังต้องจับตา