นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวของสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ปี 2559 ขยายตัวได้ต่ำเพียง 3.3% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ทรงตัวเท่ากับไตรมาสก่อน ตามความต้องการสินเชื่อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ และเป็นการขยายตัวที่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2555 ที่สินเชื่อขยายตัวได้ถึง 14.2%
นายดอน กล่าวว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 มียอดสินเชื่อคงค้าง 11.77 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจมียอดคงค้าง 7.99 ล้านล้านบาท โดยธุรกิจที่ขยายตัวได้ คือ บริการ ก่อสร้าง สาธารณูปโภค และพาณิชย์ที่ฟื้นตัวจากติดบนไตรมาสก่อน แต่อสังหาริมทรัพย์ติดลบเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อัตราการอนุมัติสินเชื่อลดลงอยู่ที่ 50% จากไตรมาสก่อนที่ 59% ด้านสินเชื่ออุปโภคบริโภคมียอดคงค้าง 3.78 ล้านล้านบาท โดยสินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัวเพิ่มขึ้น สินเชื่อรถยนต์ทรงตัว แต่สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล ชะลอตัวลง อัตราการอนุมัติสินเชื่ออยู่ที่ 72% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 53%
ขณะที่คุณภาพของสินเชื่อด้อยลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และโดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ต่อสินเชื่อรวมมีทิศทางที่ปรับสูงขึ้นจาก 2.64% ในไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 2.72% หรือมียอดคงค้าง 3.37 แสนล้านบาท ทั้งนี้พบว่าเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นมาจากเอ็นพีแอลที่มีการปรับโครงสร้างหนี้แล้วกลับมาเป็นเอ็นพีแอลใหม่ ส่วนเอ็นพีแอลที่เข้ามาใหม่ลดลง
นายดอนกล่าวว่า ฐานะทางการเงินของระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีความมั่นคง อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอส) อยุ่ที่ 17.5% อย่างไรก็ตาม เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องกันสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งเงินสำรองของระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 4.92 แสนล้านบาท โดยสัดส่วนเงินสำรองต่อเงินสำรองพึงกันอยู่ที่ 161.3% ส่งผลกระทบให้อัตรากำไรสุทธิติดลบ 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง มูลค่า 5.09 หมื่นล้านบาท หากดูเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ยังขยายตัวได้ 3.1% จากการบริหารต้นทุนเงินฝากและรายได้จากเงินปันผลแต่ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 15.8% ทั้งนี้ อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (นิม) อยู่ที่ 2.6% และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย(อาร์โอเอ) อยู่ที่ 1.2%
“ช่วงครึ่งปีหลัง ประเมินว่าสินเชื่อมีแนวโน้มที่จะขยายตัวดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ขยายตัวได้ 3.3% จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายและลงทุนภาครัฐ การท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี ผลจากมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่จะทำให้ความเชื่อมั่นมากขึ้นและมีความต้องการสินเชื่อตามมา ซึ่งธปท. คาดว่าสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ปีนี้จะขยายตัวราว 3-4% อย่างไรก็ตามเอ็นพีแอลยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดว่าช่วงไตรมาสที่ 3 สัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมจะเพิ่มขึ้นสูงสุด ซึ่งหากสินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไตรมาสที่ 4 เอ็นพีแอลจะลดลงมา”

