‘ฐากร’แจง กสทช.ไร้สิทธิแบนไนอานติค คนไทยเล่น’โปเกมอน โก’ ได้เหมือนเดิม แค่ขอความร่วมมือเฉยๆ ส่งหนังสือไปแล้วรอคำตอบ 15 สิงหาฯ

11.08.16 | 17:13 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม สำนักงาน กสทช. ได้ส่งหนังสือผ่านทางอีเมล์ไปยัง บริษัท ไนอานติค ประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้พัฒนาและให้บริการแอพพลิเคชั่นเกม “โปเกมอน โก” เรียบร้อยแล้ว เพื่อขอความร่วมมือจุดที่มีโปเกมอนโผล่เพื่อให้ประชาชนทั่วไปมีการเล่นเกมโปเกมอน โก โดยขอละเว้นสถานที่สำคัญ 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.สถานที่อันตราย เช่น ถนน คลอง คูน้ำ 2.ศาสนสถาน 3.สถานที่ราชการ พื้นที่ความมั่นคง โรงเรียน และ 4.ที่ส่วนบุคคล ทั้งนี้ กสทช.จะรอคำตอบจากไนอานติค และจะส่งหนังสือไปเร่งรัดขอคำตอบอีกครั้งในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ หากยังไม่ได้รับคำตอบกลับ

“ยังไม่ขอตอบคำถามในอนาคตว่าหากไนอานติคไม่เห็นด้วย กสทช.จะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากไม่อยากคาดเดาอนาคตข้างหน้า และขอยืนยันว่า สำนักงาน กสทช. ไม่มีเจตนาจะแบนเกมโปเกมอน โก เพราะไม่มีอำนาจตามกฎหมายในข้อใดที่จะสามารถทำเช่นนั้นได้ สิ่งที่ กสทช. ทำเพียงแค่อยากให้ประชาชนเล่นอย่างปลอดภัย และไม่เกิดบิลช็อก ฉะนั้นประชาชนยังเล่นเกมนี้ แต่ต้องเล่นด้วยความระมัดระวัง และควรศึกษาคู่มือที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละรายเริ่มมีการเผยแพร่กันออกมาแล้ว”

นายฐากรกล่าวถึงกรณีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแนวคิดใช้เกม โปเกมอน โก ในการช่วยแนะนำ หรือโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ กสทช.จะขอให้ไนอานติคยกเลิกพื้นที่เล่นเกมบางแห่ง อาจจะกระทบต่อนโยบายดังกล่าวของ ททท. เช่น ห้ามเล่นศาสนสถาน โบราณสถานนั้น กสทช.เห็นว่าศาสนสถานเป็นที่ไม่เหมาะสมในการเข้าไปเพื่อเล่นเกมอยู่แล้ว ส่วนโบราณสถานหากไม่ไปทำลายสถานที่คงไม่กระทบอะไร แต่เบื้องต้นขอให้เป็นไปตามที่ กสทช. แจ้งไปก่อน แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงค่อยนำมาพิจารณากันอีกครั้ง ทั้งนี้ ล่าสุดในส่วนของสำนักงาน กสทช. เอง ได้มีคำสั่งประกาศออกไปอย่างชัดเจนแล้วว่า ห้ามเล่นเกม โปเกมอน โก ในพื้นที่สำนักงาน กสทช.

นายฐากรกล่าวว่า ส่วนกรณีเกิดความสับสนจากที่ กสทช. จะกำหนดให้มีการออกซิมการ์ดนักท่องเที่ยวหรือทัวริสซิม จะไปกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยวนั้น กรณีนี้มีแนวคิดมาจากการหารือในที่ประชุม เอทีอาร์ซี ไดอาล็อก 2016 หรือ กสทช. อาเซียน เมื่อวันที่ 1-3 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ต้องการให้มีการกำหนดการใช้งานซิมการ์ดสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเปิดเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานในประเทศไทยในระหว่างที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาเลขหมายไม่เพียงพอ โดยจะกำหนดระยะเวลาการใช้งานทัวริสซิมน้อยลงกว่าปกติ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมักเดินทางมาอยู่ในไทยไม่นาน แต่ซิมการ์ดในระบบพรีเพด (เติมเงิน) มีการเติมเงินต่ำสุดครั้งละ 90 วัน ส่งผลให้ซิมการ์ดค้างในระบบจำนวนมาก และอาจส่งผลให้อาจต้องเพิ่มเป็น 11 หลักในอนาคต ซึ่งจะสร้างความสับสนอย่างมากต่อประชาชน

2.เพื่อแก้ไขปัญหาเงินระบบ โดย กสทช. จะกำหนดให้เงินที่ค้างในระบบหลังจากที่ซิมการ์ดนักท่องเที่ยวโดนตัดการใช้งานออกไปแล้ว จะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน แทนที่จะตกอยู่กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ 3.เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยจะมีการเปิดพิกัดนักท่องเที่ยว เพื่อแนะนำสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น จุดบริการนักท่องเที่ยว โรงพยาบาล และสถานีตำรวจ เป็นต้น ทั้งนี้ หากไม่เห็นด้วยในประเด็นใด ภาคประชาชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถแสดงความเห็นได้ ซึ่งหลังจากนี้ กสทช. จะมีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นไม่น้อยกว่า 5-6 ครั้ง และใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

Advertisement