คลุกวงหุ้น : ‘เคจีไอ’ ชี้หุ้นไทยได้ปัจจัยต่างประเทศหนุนขึ้น ทำปัจจัยเสี่ยงในประเทศไร้แรงกดดัน
นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นประจำสัปดาห์นี้ หลังจากเม็ดเงินต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ก็มีทิศทางเป็นบวกอย่างชัดเจน แม้ปัจจัยภายในประเทศจะมีความกังวลอยู่บ้าง ทั้งการกลับมาระบาดโควิด-19 ระลอก 2 ในไทย และการชุมนุมประท้วงทางการเมืองที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เพราะปัจจัยภายนอกมีความเป็นบวกค่อนข้างมาก ทำให้ตลาดตอบรับข่าวเชิงบวกก่อนมากกว่า
นายรักพงศ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามส่วนใหญ่เป็นปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ได้แก่ การจัดตั้งทีมเศรษฐกิจของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ซึ่งคาดว่าก่อนวันคริสต์มาสนายโจไบเดนจะมีการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับตำแหน่งที่สำคัญออกมา ซึ่งตำแหน่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคือตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะได้นางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว ทำให้มองว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะราบรื่นมากกว่าในช่วงที่ผ่านมา
นายรักพงศ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่เห็นเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดทุนทั่วทั้งในเอเซีย เนื่องจากทิศทางของเศรษฐกิจจีน ภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน คาดว่าจะมีการปะทะกันระหว่างสหรัฐน้อยลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และคาดว่าจะอ่อนค่าต่อไปจนถึงปี 2564 เพราะการใช้จ่ายของสหรัฐเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจจีนดูดี ทำให้ค่าเงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นมา รวมถึงมองว่าค่าเงินบาทไทยจะได้อานิสงส์เชิงบวก ในการหนุนฟันด์โฟลว์เข้ามามากขึ้นเช่นกัน
“กลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุน เนื่องจากตลาดขึ้นมาเร็วมาก โดยปรับขึ้นมาสูงกว่าเป้าหมายปัจจัยพื้นฐานที่มองในปีนี้ไว้ที่ระดับ 1,400 จุดมากพอสมควร จึงแบ่งเป็นนักลงทุนระยะสั้นและระยะยาว โดยในส่วนของนักลงทุนระยะสั้น น่าจะหาจังหวะทำกำไรผ่านการถอยการถือครองหุ้นออกมาเล็กน้อยก่อนสิ้นปี แต่ในปี 2564 ทั้งปี มองว่าดัชนีหุ้นไทยจะสามารถขึ้นทำงานดับสูงสุดได้ที่ระดับ 1,600 จุด ส่วนนักลงทุนระยะยาวยังสามารถถือหุ้นต่อได้ โดยหุ้นที่มีความน่าสนใจคือ หุ้นกลุ่มที่มูลค่าหุ้น (แวลูเอชั่น) ยังคงต่ำกว่าในอดีตมากๆ อาทิ หุ้นกลุ่มธนาคาร ปิโตรเคมี และท่องเที่ยว” นายรักพงศ์กล่าว
ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

