หน้าแรก เศรษฐกิจ ศักดิ์สยามลิส...

ศักดิ์สยามลิสซิ่ง เข้าซื้อขายใน ‘ตลาดหลักทรัพย์ฯ’ วันแรก ปักธง 3 ปี พอร์ตสินเชื่อเพิ่ม

8.12.20 | 15:04 น.

ศักดิ์สยามลิสซิ่ง เข้าซื้อขายใน ‘ตลาดหลักทรัพย์ฯ’ วันแรก ปักธง 3 ปี พอร์ตสินเชื่อเพิ่มเป็น 12,000 ล้าน

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และเริ่มซื้อขายเป็นวันแรกในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ SAK ในการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเชื่อมั่นว่าหุ้น SAK จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดย SAK มีเป้าหมายสร้างการเติบโตในทุกมิติภายใน 3 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2566 พอร์ตสินเชื่อจะขยายตัวเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท จากการขยายสาขาและขยายพอร์ตสินเชื่อตามแผนการใช้เงินจากไอพีโอ และการนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และยกระดับการให้บริการสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว โดยช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึก และควบคุมความเสี่ยงเรื่องคุณภาพของสินเชื่ออีกด้วย

“ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของบริษัทฯ คือ ลูกค้ารายย่อยที่เป็นฐานรากของเศรษฐกิจ ทำให้มีโอกาสการเติบโตของตลาดสินเชื่อรายย่อยอีกมาก ภายหลังความสำเร็จจากการระดมทุนไอพีโอของบริษัทฯ ทำให้มีแหล่งเงินทุนและมี D/E ต่ำ โดยบริษัทฯ ร้อมรุกขยายธุรกิจให้เติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกมิติ เพื่อผลักดันให้ก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำการให้บริการสินเชื่อระดับชาติ จากฐานทุนที่แข็งแกร่งภายหลังการระดมทุนจากไอพีโอ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจที่สั่งสมผ่านบุคลากรที่มีความเข้าใจในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเป็นอย่างดี” นายศิวพงศ์ กล่าว

นายศิวพงศ์ กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกปี 2563 (มกราคม-กันยายน) บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้จากดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมและบริการ อยู่ที่ 1,215 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 408 ล้านบาท และยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตของอัตรากำไรสุทธิเป็น 33.6% โดยในงวด 9 เดือน ปี 2563 บริษัทสามารถลดอัตราหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ลงเหลือ 2.6% (ค่าเฉลี่ยเอ็นพแอลในอุตสาหกรรมที่ 3.8%)

สะท้อนการบริหารความสามารถจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดี ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัทฯ มีพอร์ตสินเชื่อรวม 6,247 ล้านบาท จากจำนวนสัญญาสินเชื่อรวม 231,729 สัญญา แบ่งเป็นลูกหนี้ที่มีหลักประกันกว่า 90% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวช่วยตอกย้ำศักยภาพการดำเนินธุรกิจพร้อมรับการขยายพอร์ตสินเชื่อหลังเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี