นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือกอช. กล่าวว่า วันที่ 25 กันยายนนี้จะครบกำหนดการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี สามารถสมัครเป็นสมาชิกของกองทุนการออมแห่งชาติ จากปกติผู้มีสิทธิสมัครสมาชิก กอช. ต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี และเงื่อนไขพิเศษนี้รวมถึงผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปที่สมัครสมาชิก กอช. ภายในวันที่ 25 กันยายนนี้สามารถเป็นสมาชิกต่อไปได้อีก 10 ปี นับจากอายุตัวในวันที่สมัคร หากพ้นจากกำหนดดังกล่าวนี้ ผู้สูงอายุจะไม่สามารถสมัครสมาชิก กอช. ได้อีก ส่วนผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปออมได้ 10 ปีนับจากอายุตัวก็จะสิ้นสุดลงด้วยเช่นกัน นั่นคือสมาชิกจะมีสิทธิออมได้แค่ถึงอายุ 60 ปีเท่านั้น
“ผลประโยชน์ที่สมาชิก กอช. กลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปและผู้สูงอายุจะได้รับ คือเงินสมทบที่รัฐบาลจะจ่ายเข้าบัญชีกองทุนของสมาชิกในจำนวนเท่ากันกับเงินที่สมาชิกออมเข้ากองทุน คิดเป็น 100% ของเงินออม แต่ไม่เกินปีละ 1,200 บาทที่รัฐจะสมทบให้ พูดง่ายคือฝากกอช. 1,200 บาท ได้เพิ่มอีก 1,200 บาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่กอช.นำเงินสะสมและเงินสมทบไปลงทุนหาดอกผลให้กับสมาชิก ทำให้เงินในบัญชีกองทุนจะเพิ่มมากขึ้นอีก อีกทั้งรูปแบบการออมยืดหยุ่นให้ผู้มีรายได้น้อยและรายได้ไม่สม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องส่งเงินออมทุกเดือน และไม่จำเป็นส่งเงินเท่ากันทุกครั้ง จะส่งกี่มากน้อยก็ได้แล้วแต่สะดวก” นายสมพร กล่าวและว่า หลังครบกำหนดระยะเวลาการออม กอช.จะเริ่มจ่ายเงินคืนให้สมาชิกผู้รับบำนาญเป็นประจำทุกเดือน จะเป็นบำนาญตลอดชีพหรือเงินดำรงชีพแล้วแต่สมาชิกเลือกรับเงินคืนแบบไหน และขึ้นกับปริมาณเงินออมที่สมาชิกมีอยู่กับกองทุน โดยความแตกต่างคือ บำนาญตลอดชีพ กอช.จะจ่ายเงินให้จนกว่าจะเสียชีวิต ส่วนเงินดำรงชีพ กอช.จะจ่ายให้จนกว่าเงินออมในบัญชีจะหมดลง ทั้งนี้ผู้สนใจที่ยังไม่เคยศึกษารายละเอียดกองทุนนี้ หากใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนเงินออม 02-017-0789 กด 0 เฉพาะวันและเวลาทำการ หรือตรวจสอบได้ทุกวันที่ www.nsf.or.th และสามารถสมัครได้ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธ.ก.ส. ทุกสาขา

