จอดป้ายประชาชื่น : ระลอก 2 จนได้

จอดป้ายประชาชื่น : ระลอก 2 จนได้ จากการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ

จอดป้ายประชาชื่น : ระลอก 2 จนได้

จากการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า จีดีพี หลายสำนักทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ก็ออกโรงส่งสัญญาณออกมาดีขึ้นๆ ไล่เรียงกันเลยตั้งแต่ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ตัวเลขจีดีพีปีหน้าเติบโต 3.5-4.0%
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ให้จีดีพีปีหน้า 2.6% เอสซีบีอีไอซีของธนาคารไทยพาณิชย์ ให้จีดีพีปีหน้า 3.8% ล่าสุดศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้จีดีพีปีหน้า 2.8%

แต่แล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะไม่มีผู้ติดเชื้อโควิดก็เจอข้าศึกโควิดบุกโจมตีค่ายแตกไปที่ จ.สมุทรสาคร หลังเจอผู้ติดเชื้อวันเดียวตัวเลขพุ่งสูงปรี๊ดจนช็อกกันทั้งประเทศถึง 548 คน เข้าข่ายเฟส 2 เหมือนหลายประเทศ

ทำเอาวิมานฝันจีดีพีพังครืนชั่วข้ามคืน ภาครัฐสั่งล็อกดาวน์สมุทรสาครลากยาวไปจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 อาจตามล็อกดาวน์ทั้งประเทศหากสถานการณ์รุนแรง

ทำเอาภาคเอกชนเป็นลมต่อกันเป็นโดมิโน แพลนที่เตรียมกันไว้ตั้งแต่ท่องเที่ยว กินเลี้ยงปีใหม่ เคาต์ดาวน์ปีใหม่ คอนเสิร์ต คงต้องยกเลิกจัดหรือไม่ก็เลื่อนยาว ยังไม่ทันจะฟื้นจากรอบแรก รอบสองก็เสียบแทงหัวใจกะเอาตาย

จีดีพีที่คาดว่าจะเติบโตอาจจะต้องปรับลดกันแบบเข้าโค้งหักศอก แต่ใช่ว่าไม่มีโควิดระบาดรอบ 2 แล้วเศรษฐกิจจะเติบโตฟื้นตัวอย่างสดใส เพราะหลายสำนักประเมินไว้แล้วว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะไปได้อย่างช้าๆ สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระบบโลกเก่าอาทิ การส่งออกสินค้าในกลุ่มรถยนต์และส่วนประกอบ ที่ยังส่งออกเครื่องยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้เทรนด์โลกได้เริ่มหันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันแล้ว แต่ยังไม่ค่อยมีการลงทุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเท่าไรนัก อีกทั้งสถานการณ์ค่าเงินที่มีแนวโน้มว่าจะแข็งค่ามากขึ้น กระทบการส่งออกของไทยลดลง

หลายคนตั้งคำถามว่าโควิดระลอก 2 เพราะหน่วยงานรัฐการ์ดตกหรือไม่ ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร เวลานี้รัฐต้องคุมสถานการณ์ให้ได้ ไม่งั้นประเทศมีแต่พัง!!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon