รัฐบาลทุ่มหมื่นล้านบาท จ่ายชดเชย 50% ตกงานโควิดรอบใหม่

รัฐบาลทุ่มหมื่นล้านบาท จ่ายชดเชย 50% ตกงานโควิดรอบใหม่ ครม.ยืดอีก 3เดือนลดจ่ายประกันสังคม เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรเป็นเดือนละ 800 บาท

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม กรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายจังหวัดของประเทศไทยในระลอกที่สอง สร้างความวิตกกังวลในผลกระทบที่จะมีต่อภาคเศรษบกิจของประทศ ล่าสุดนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดจาก จ.สมุทรสาคร จะกระทบต่อเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหนว่า ขอติดตามสถานการณ์หลังจากนี้อีก 7-14 วันว่าจะเป็นเช่นไร จะลุกลามหรือไม่ หากคุมสถานการณ์ได้จะเป็นความสำเร็จของประเทศ ที่ใช้เวลาสั้นมาก เมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ที่เกิดเหตุการณ์คล้ายกันมีการติดระลอก 2 จากแรงงานต่างด้าวแต่ใช้เวลาควบคุมนานถึง 4 เดือนจึงสงบ

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะถึงขึ้นต้องล็อกดาวน์ประเทศหรือไม่ เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องช่วยกัน เพราะรู้ดีว่าผลกระทบเป็นอย่างไร หากไม่ช่วยกัน ล่าสุดมีหลายคนออกมาแสดงตัวหลังพบว่าตนเองติดโควิด-19 อาทิ เจ้าของร้านสมศักดิ์ ปูอบ สาขาบีทีเอส กรุงธนบุรี รวมทั้งเจ้าของร้านกาแฟที่สัมผัส ร้านสมศักดิ์ ปูอบ ประเด็นนี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยตื่นตัว เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมว่าไทยจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้

“จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำอยู่ ทั้งคนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน เพราะมาตรการเหล่านี้เดินหน้าไปแล้ว ขณะที่เศรษฐกิจไทยปีนี้ก็แน่ชัดว่าคงติดลบระดับ 7% ถึง 6% ส่วนปีหน้าเติบโตแน่นอน เพราะปีนี้ฐานต่ำ ส่วนจะเท่าไร ไม่ได้โฟกัสมาก เพราะไทยยังต้องเผชิญโควิดไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน เพราะจะได้วัคซีนใช้กลางปีหน้า เศรษฐกิจไทยจะยังคงขับเคลื่อนด้วยการบริโภคในประเทศ การส่งออก การลงทุนจากภาครัฐ ทั้งนี้ ส่วนตัวคาดหวังเศรษฐกิจไทยปี 2565 ว่าจะต้องเป็นปีที่เกิดการลงทุนจริงในอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อบิดประเทศไปสู่เศรษฐกิจรูปใหม่ตามเทรนด์โลก อาทิ ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล อุตสาหกรรมปลอดคาร์บอน มุ่งเน้นพลังงานสะอาด” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

  • ชดเชยรายได้50%ตกงานจากโควิด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า หลังล็อกดาวน์ จ.สมุทรสาคร ทำให้ผู้ใช้แรงงานทั้งคนไทยและต่างด้าวที่อยู่ในระบบประกันสังคมได้รับผลกระทบเรื่องรายได้ จึงนำร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยเสนอ ครม. และผ่านความเห็นชอบแล้ว ทั้งนี้ การชดเชยดังกล่าวจะให้ในอัตรา 50% ของฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ไม่เกิน 90 วัน โดยจะชดเชยย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม คาดว่าจะใช้งบประมาณจากกองทุนชดเชยการว่างงานประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

นายสุชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบการช่วยเหลือผู้ประกันตนโดยลดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมจาก 5% เหลือ 3% ต่ออีก 3 เดือนด้วย รวมทั้งช่วยเหลือสงเคราะห์บุตร อายุ 1-6 ปี จากเดิม 600 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 800 บาทต่อเดือน และการคลอดบุตรจาก 13,000 บาท เป็นเป็น 15,000 บาท เริ่มเดือนมกราคม 2564

  • ม.หอค้ายังมั่นใจปีหน้าศก.บวก

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้ายังคงมีมุมมองทางเศรษฐกิจเหมือนเดิม แม้จะมีการแพร่ระบาดโควิดรอบใหม่ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาเป็นบวก ในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 และครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจจะดีขึ้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวประมาณ 2.8% ส่วนปี 2563 เศรษฐกิจไทยจะอยู่ที่ -6.3% ต่อจีดีพี เพราะเชื่อว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากมีการควบคุมพื้นที่และการตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก รวมถึงมาตรการปกป้องการแพร่ระบาดที่เข้มงวด อีกทั้งภาคประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น

นายธนวรรธน์กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจราว 1,500-2,000 ล้านบาทต่อวัน หรือ 45,000-60,000 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลกระทบให้จีดีพีหดตัว 0.2-0.3% จากการชะลอการใช้จ่ายในภาคประชาชน รวมทั้งมาตรการรัฐบาล อาทิ คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืนที่ถูกบั่นทอนลงในช่วง 30 วันหลังการแพร่ระบาด ทางหอการค้ายังมีความคาดหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ภายใน 1 เดือน ในเดือนมกราคม 2564 เศรษฐกิจจะทยอยกลับมาเป็นปกติ

  • ททท.ยันยึดเป้าเดิมเที่ยวในปท.

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ยังตั้งเป้าการเดินทางท่องเที่ยวของตลาดไทยเที่ยวไทยอยู่ที่ 95 ล้านคน/ครั้ง จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 100 ล้านคน/ครั้ง ถือเป็นเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ เพราะอยู่ในช่วงช่องว่างที่ประเมินไว้ในระยะแรกอยู่แล้ว การระบาดโควิดรอบนี้ หากควบคุมได้ ไม่กระจายไปพื้นที่ใหม่ๆ ภาคการท่องเที่ยวก็จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อีก 7 วัน

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การจองห้องพักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่นี้ เบื้องต้นพบว่า มีการยกเลิกจองห้องพักในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ จ.สมุทรสาคร ค่อนข้างสูง ส่วนจังหวัดอื่นๆ ยังไม่กระทบมากนัก จึงมีแนวคิดจะช่วยผู้ที่จองเข้าพักท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ ที่จองผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ให้เลื่อนการเข้าพักไปก่อน ซึ่งจะหารือร่วมกับผู้ประกอบการอีกครั้ง โดยภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงนี้ บรรยากาศดูชะลอตัวลง เพราะคนส่วนใหญ่อยู่ในภาวะตื่นตระหนัก แต่เชื่อว่าหาก 7 วันข้างหน้าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ประชาชนจะคลายความกังวลลงได้

  • ไม่กระทบอีเวนต์เที่ยวคนโสด

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กรณีพบผู้ติดเชื้อโควิดจาก จ.สมุทรสาคร และกระจายไปหลายพื้นที่นั้น ในส่วนเส้นทางคนโสด หรือ Single Journey เส้นทางที่ 1 โสดสายมู ล่องเรือ ไหว้พระ หารัก จัดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่วนเส้นทางที่ 2 โสดสายแซ่บ เกาะลับไม่ห่างรัก จัดวันที่ 9 มกราคม 2564 และเส้นทางที่ 3 โสดสายชิลล์ รถไฟขบวนสุดท้าย จัดวันที่ 23 มกราคม 2564 ประเมินว่าไม่มีผลกระทบกับการจัดกิจกรรม เพราะมีมาตรการสาธารณสุขดูแลอยู่แล้ว แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“ช่วงปีใหม่นี้ ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ และติดตามข่าวสารให้ทันเหตุการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ในแต่ละจังหวัดมีความเสี่ยงมากหรือน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่การบริหารจัดการของผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะอนุญาตให้เดินทางหรือมีกฎเกณฑ์อย่างไรเพิ่มเติม แต่อยากให้มั่นใจสาธารณสุขไทย สามารถควบคุมการระบาดได้ค่อนข้างดี” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon