แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)หรือเรกูเลเตอร์ เปิดเผยแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2559 ว่า วันที่ 17 สิงหาคมนี้ กกพ.จะมีการพิจารณาเอฟทีงวดใหม่ เบื้องต้นจากการประเมินแนวโน้มต้นทุนการผลิตไฟพบว่า ราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งมีสัดส่วนผลิตไฟฟ้าประมาณ 70% ขยับขึ้นเล็กน้อยจากราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้น ประกอบกับราคานำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)สูงขึ้น และพิจารณาต้นทุนจากพลังงานหมุนเวียนอีกครั้ง อย่างไรก็ตามพบว่าอัตราแลกเปลี่ยน มีทิศทางแข็งค่าทำให้ต้นทุนการนำเข้าและผลิตลดลง ทำให้ภาพรวมเอฟทีคงจะไม่ปรับขึ้น แต่จะลดลงหรือไม่จะต้องตัดสินใจในการประชุมอีกครั้ง
แหล่งข่าว กล่าวว่า ขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) มีความเป็นห่วงถึงค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามนโยบายของภาครัฐทั้งระบบส่วนเพิ่มไฟฟ้า(แอดเดอร์)เก่าและระบบส่วนต่างไฟฟ้าตามต้นทุนที่แท้จริง(เอฟไอที)ใหม่ ที่เริ่มทยอยเข้าระบบในขณะนี้จำนวนมาก ทำให้รายจ่ายส่วนนี้มีผลกระทบต่อค่าเอฟทีสูงขึ้น จนทำให้ประชาชนจะกลายเป็นผู้แบกรับภาระ ขณะเดียวกันพลังงานเหล่านี้ยังไม่มีความมั่นคง อาทิ แสงอาทิตย์ ที่ผลิตได้ช่วงกลางวันเท่านั้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558-2579 หรือเออีดีพี 2015 ที่กำหนดเป้าหมายไว้ 16,778 เมกะวัตต์ ในปี 2579 แต่ล่าสุดการซื้อไฟฟ้ามิถุนายย 2559 มีโครงการที่เป็นพันธะผูกพันกับภาครัฐถึง 7,234 ราย คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 9,223 เมกะวัตต์ เร็วกว่าแผนอย่างมาก

