“สยามราชธานี” เนื้อหอม 40 นักลงทุนหุ้นมูลค่าขอข้อมูลทิศทางธุรกิจ

“สยามราชธานี” เนื้อหอม 40 นักลงทุนหุ้นมูลค่าขอข้อมูลทิศทางธุรกิจ

นายจิรณุ กุลชนะรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามราชธานี (SO) ผู้ประกอบธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจรชั้นนำของประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากที่หุ้นของบริษัทได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563 ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี และเมื่อเร็วๆ นี้ นักลงทุนหุ้นมูลค่า (VI) กว่า 40 ราย ได้ขอ Company Visit เข้าพบเพื่อรับฟังข้อมูลการทำธุรกิจ รวมทั้งทิศทาง การเติบโตของบริษัท โดยทีมผู้บริหาร SO ได้ให้ข้อมูลกับกลุ่มนักลงทุน VI ว่า บริษัทได้ทำธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจรชั้นนำระดับประเทศมากว่า 43 ปี โดยไม่เคยขาดทุนและทุกครั้งที่เกิดวิกฤติ มักจะมีโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ เช่น วิกฤติโควิด- 19 รอบนี้ แม้ช่วงแรกบริษัทจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่กลับสร้างโอกาสในการทำธุรกิจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะท่ามกลางที่ธุรกิจต่างๆ ประสบปัญหาจนต้องมีการลดจำนวนพนักงาน แต่กลับพบว่า มีหลายบริษัทติดต่อเข้ามาขอข้อมูลและใช้บริการ Outsource พนักงานจาก SO เพิ่มขึ้น เพื่อลดภาระต้นทุนระยะยาวของพนักงาน รวมทั้งให้ SO เข้าไปช่วยบริหารจัดการข้อมูล DATA ต่างๆ เพื่อรองรับการใช้ไอทีเทคโนโลยี ในการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้กำไรของบริษัทในงวด 9 เดือนแรกของปีนี้เติบโตได้อย่างดี มีกำไรสุทธิ 100.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.86 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 76.97 ล้านบาท และคาดว่าผลการดำเนินงานรวมทั้งปี 2563 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ที่รายได้ของบริษัท มีโอกาสเพิ่มขึ้นแตะ 2,000 ล้านบาท จากปีก่อนหน้ามีรายได้ราว 1,900 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้น อยู่ในระดับ 17-18% ขณะที่ยังคงมีอัตราการต่อสัญญาใช้บริการของลูกค้ารายเดิมทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชนมากกว่า 90% และมีลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุกบริการ

นายจิรณุกล่าวว่า ขณะเดียวกันในปีหน้า 2564 นอกจากการพัฒนาบริการธุรกิจหลักเดิมแล้ว บริษัทจะขยายบริการ และรุกธุรกิจใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ SO-NEXT คือ Data Solutions และ S-Next ซึ่ง Data Solutions เป็นระบบจัดการข้อมูลและเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เราให้บริการจัดการข้อมูลและเอกสารหลายรูปแบบ เช่น บริการคีย์ข้อมูล บริการงานสแกนเอกสาร และบริการบันทึกข้อมูลภาคสนาม เป็นต้น
ขณะที่ S-Next คือบริการที่ลดความซับซ้อนในการทำงาน เช่น เรามีระบบ DIGIDOCS เป็นระบบบริหารจัดการเอกสารออนไลน์ ทำให้การทำงานเอกสารสะดวกยิ่งขึ้น ลดเวลาต้นทุนและค่าใช้จ่าย, ระบบ CARPOOL เป็นระบบจัดสรรทรัพยากรรถยนต์ในองค์กร ทำให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น และระบบ TIKTRACK เป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลการลงเวลาของพนักงานแบบเรียลไทม์ ทำให้ใช้งานง่าย และสามารถเช็คข้อมูลได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าหลายรายติดต่อเข้ามาให้ SO เข้าไปเป็นที่ปรึกษา ในการปรับตัวสู่ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ ที่สำคัญคือ เรากำลังพัฒนาบริการ HRM (Human Resource Management) การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลด้วยระบบดิจิทัล ซึ่งขณะนี้กำลังทดลองใช้กับลูกค้าหลังนำมาบริหารจัดการบุคลากรภายในบริษัท ได้ประสบความสำเร็จอย่างดีแล้ว โดยจะเห็นความชัดเจนในปี 2564

“SO NEXT ถือเป็นธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-CURVE ของบริษัท ซึ่งตอบโจทย์ชีวิตและธุรกิจ ในยุค NEW NORMAL และ NEXT NORMAL ที่ดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตและการทำธุรกิจมากขึ้น ในอนาคต เช่น การพัฒนาและให้บริการ HRM โดยบริษัทตั้งเป้าหมายว่า ใน 3-5 ปี ข้างหน้ารายได้จาก SO NEXT จะเข้ามามีบทบาทในโครงสร้างรายได้รวมของบริษัทประมาณ 20% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้ เพียง 5% ของรายได้รวม” นายจิรณุกล่าวและว่า ทั้งนี้ สยามราชธานี ให้บริการธุรกิจ 4 ด้าน คือ 1.SO PEOPLE บริการบริหารจัดการด้านบุคลากร เช่น ช่างเทคนิค พนักงานขับรถ พนักงานประจำออฟฟิศ 2.SO GREEN บริการดูแลภูมิทัศน์ จัดสวนขนาดใหญ่ 3.SO WHEEL บริการรถยนต์ รถดัดแปลงให้เช่า และ 4.SO NEXT บริการบริหารจัดการงานบันทึกข้อมูล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส่องคีย์เทรนด์ดิจิทัลปีหน้า ตอบโจทย์ขายของออนไลน์ สู้โควิด
บทความถัดไป‘ซินแสเป็นหนึ่ง’ เผยโควิดยังอยู่อีก 1-2 ปี แนะวิธีแก้เคล็ด เสริมดวง รับทรัพย์ตลอดปีฉลู