นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตมีการเติบโตต่อเนื่อง ตามการสนับสนุนของภาครัฐที่ต้องการลดการใช้เงินสด ผ่านแผนยุทธศาสตร์ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ(เนชั่นแนล อีเพย์เมนต์) และการช้อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตยังมีส่วนน้อยเพียง 5% เมื่อเทียบกับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต จึงมองว่าตลาดใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เช่น กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น
ปัจจุบันจำนวนบัตรเดบิตและเอทีเอ็มรวม 61 ล้านใบ แบ่งเป็นบัตรเดบิต 48 ล้านใบ และบัตรเอทีเอ็ม 13 ล้านใบ แนวโน้มจำนวนบัตรเอทีเอ็มจะลดลง เพราะเปลี่ยนมาเป็นบัตรเดบิตเพื่อกดเงินสดและรูดจ่ายค่าสินค้าได้มากขึ้น สำหรับช่วงครึ่งปีแรก2559 ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต มีมูลค่ากว่า 6.6 หมื่นล้านบาท โดยกสิกรไทยมียอดการใช้จ่าย 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 20% หรือสัดส่วน 38% ของตลาดรวม และเป็นอันดับ 1 ของตลาดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตทั้งปี 5.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 25% แบ่งเป็นยอดการใช้ย่ายผ่านเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) 83% และใช้จ่ายผ่านออนไลน์ 17% และคาดว่าค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตจะเติบโต 10%
“ธนาคารคาดว่าปีนี้จะมีจำนวนฐานบัตรเดบิตเพิ่มขึ้นเป็น 11 ล้านใบ จากปัจจุบัน 10.5 ล้านบาท ลูกค้ากว่า 90% ยังใช้บัตรเดบิตเพื่อกดเงินสดเป็นหลัก ล่าสุดร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดตัวบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย เพื่อร่วมสนับสนุนกีฬาฟุตบอล ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่ 250 บาท ซึ่งธนาคารจะหัก 100 บาทมอบให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คาดว่าปีแรกจะได้รับความสนใจจากแฟนฟุตบอลไทยและลูกค้าทั่วไป 3 แสนใบ หรือสามารถมอบเงินให้สมาคมฟุตบอลไทยราว 30 ล้านบาท ” นางนพวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทย จะขยายจำนวนเครื่องอีดีซี เพื่อรองรับอีเพย์เมนต์ ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องอีดีซี 2 แสนเครื่องและเครื่องรูดบัตรแบบพกพาอีก 4 หมื่นเครื่อง โดยธนาคารจะเข้าร่วมประมูลการวางเครื่องอีดีซี 3.9 แสนเครื่อง ในส่วนราชการของภาครัฐและร้านค้าต่างๆ คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส3/2559

