ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยวันที่ 15 สิงหาคม 2559 ว่า เปิดการซื้อขายในช่วงเช้าดัชนีร่วงแรงกว่า 13 จุด ทำจุดต่ำสุดของวัน อยู่ที่ 1,538.77 จุด แต่ไม่นานก็ปรับตัวขึ้นทันทีมาซื้อขายในแดนบวกและทำจุดสูงสุดของวัน อยู่ที่ 1,558.32 จุด ขณะที่ช่วงบ่ายดัชนีซื้อขายบนแดนบวกสลับแดนลบ และปิดที่ 1,549.11จุด ลดลง 3.53จุด หรือ 0.23% มูลค่าการซื้อขาย 75,047.78 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 2,019.55ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 345.16 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 2,631.33 ล้านบาท นักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 956.94 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สาเหตุที่หุ้นไทยวันที่ 15 สิงหาคมแกว่งตัวในกรอบแคบซื้อขายบวกลบสลับกันตลอดวัน และเปิดตลาดร่วงลงแรงในช่วงเช้ากว่า 13 จุด นั้น สาเหตุที่ปรับลงแรง เพราะมีนักลงทุนส่วนหนึ่งกังวลเรื่องเหตุการณ์ระเบิดแต่ตัวเลขจีดีพีไตรมาส2/2559 ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ออกมาดีตามที่ตลาดคาด คือเติบโตถึง 3.5% และทั้งปีสศช.คาดว่าจีดีพีจะเติบโตอยู่ในกรอบ 3-3.5% มาประคองตลาดไว้ ช่วงนี้นักลงทุนต้องติดตามว่าจะมีเหตุการณ์ความไม่สงบตามมาอีกหรือไม่ หากมีจะเป็นเหตุผลที่นักลงทุนต่างประเทศเทขายหุ้นไทยได้ พร้อมประเมินกรอบหุ้นไทยสัปดาห์นี้ที่ 1,525-1,575 จุด
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้จะมีเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ท่องเที่ยว แต่สถานการณ์โดยรวมถือว่าจบได้เร็ว กรณีนี้หากไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าผลกระทบจะต่อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับท่องเที่ยว เช่น กลุ่มโรงแรม สายการบินอยู่ในวงจำกัด และไม่มีผลลบมากเหมือนเหตุการณ์ระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 อีกทั้ง หากราคาน้ำมันและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีกว่าคาด น่าจะช่วยพยุงตลาดได้มองกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีฯในสัปดาห์นี้ให้แนวรับที่ 1,533-1,521 และแนวต้านที่ 1,584 -1,600
ทั้งนี้ จากการรวบรวมผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่นำส่งงบการเงินและกำไรต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ พบว่าผลประกอบการโดยรวมของบริษัทจดทะเบียนเติบโต 7.9% เมื่อเทียบปีช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน ถือว่าดีกว่าคาดอีก ทั้งการประกาศตัวเลขจีดีพีของสศช.ที่ออกมาในระดับ 3.5% จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร
นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลต่อตลาดในระยะสั้น หากทางการมีความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่รวดเร็วความเชื่อมั่นก็จะฟื้นคืนมาเร็วเช่นกัน เพราะโดยภาพรวมของตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยลบ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง อีกทั้งการเมืองเริ่มมีสถียรภาพหลังการทำประชามติผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และเริ่มมีขอบระยะเวลาการจัดการเลือกตั้ง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ผ่านพ้นจุดต่ำสุดและเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทย ยังคงมีกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ให้ปรับตัวดีขึ้น โดยประเมินกรอบดัชนีในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่ระดับ 1,520-1,560 จุด สำหรับนักลงทุนระยะสั้น อาจต้องระวังแรงขายทำกำไรในช่วงที่ดัชนีปรับตัวแตะเกิน 1,550 จุด เนื่องจากราคาของตลาดค่อนข้างสูง

