นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ ช่วง 11 เดือนแรกปี 2563 พบว่า นมและผลิตภัณฑ์นม เป็นหนึ่งในสินค้าดาวรุ่งของไทย มีการพัฒนาและปรับตัวได้ดีท่ามกลางกระแสการค้าโลกที่มีความท้ายทายสูง โดยมีมูลค่าส่งออกกว่า 516.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี2562 และพบว่า 94.7% ส่งออกไปประเทศคู่เอฟทีเอ มูลค่า 489 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 6% โดยอาเซียนเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง 84.5% ตามด้วย จีน 4.4% และฮ่องกง 4% สินค้าส่งออกสำคัญ คือ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต นม UHT นมถั่วเหลืองที่มีนมผสม และนม/ครีมที่ไม่เติมน้ำตาล
นางอรมน กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมของไทยไปตลาดโลกเพิ่มขึ้น คือ อุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยมีศักยภาพในการผลิตและมีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน สินค้านมและผลิตภัณฑ์นมของไทยจึงเป็นที่นิยมและมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนมในอาเซียน โดยช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาปี 2563 ไทยส่งออกสินค้าดังกล่าวไปอาเซียนแล้ว 436.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด เช่น กัมพูชา 153.7 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 1.5%) ฟิลิปปินส์ 72.1 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 13.2% สปป.ลาว 63 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 9.2% สิงคโปร์ 54 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 16.1% เป็นต้น
ทั้งนี้ ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งภายใต้ความตกลงการค้าเสรีของไทยที่มีผลบังคับใช้แล้ว 13 ฉบับ กับ 18 ประเทศ (สมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย เปรู ชิลี และฮ่องกง) สินค้านมและผลิตภัณฑ์นมทุกรายการที่ส่งออกจากไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าแล้วจาก 14 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี และฮ่องกง ส่วนอีก 4 ประเทศ ได้ลดภาษีนำเข้าสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมให้ไทยบางส่วนแต่ยังเก็บภาษีนำเข้าในบางสินค้า เช่น ญี่ปุ่น เก็บภาษีนำเข้านมที่ 21.3-25.5% โยเกิร์ต 21.3-29.8% เกาหลีใต้ เก็บภาษีนำเข้านม ครีมจืด และโยเกิร์ตที่ 28.8% อินเดีย ไม่เก็บภาษีนำเข้านมเปรี้ยวและโยเกิร์ตจากไทยแล้ว แต่ยังเก็บภาษีนำเข้าสินค้านมที่ 20-60% ส่วนเปรู เก็บภาษีนำเข้านม UHT และเครื่องดื่มที่มีนมผสมที่ 6% เป็นต้น
“กรมให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมของเกษตรกรและผู้ประกอบการโคนมไทย และได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ และชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย ในการจัดกิจกรรมสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับตัวและเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในโลกการค้าเสรี ให้กับกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโคนมในภูมิภาคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง กรมมีโครงการ”โคนมไทยก้าวไกล ขยายการส่งออกได้ด้วย FTA” เพื่อสร้างโอกาสขยายการส่งออกและขยายตลาดให้กับสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมของไทยได้เพิ่มขึ้น โดยมีแผนจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์ ระหว่างผู้ประกอบการโคนมแปรรูปของไทยกับผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้า ผู้แทนห้างค้าส่งและค้าปลีก ในตลาดจีน

