หน้าแรก เศรษฐกิจ 44 ปี มติชน ป...

44 ปี มติชน ประเทศไทยไปต่อ : เฉลิมชัย ชู 3 ไฮไลต์ติดอาวุธเกษตรยุคดิจิทัล

9.01.21 | 15:15 น.
44 ปี มติชน ประเทศไทยไปต่อ : เฉลิมชัย ชู 3 ไฮไลต์ติดอาวุธเกษตรยุคดิจิทัล

เฉลิมชัย ศรีอ่อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ชู 3 ไฮไลต์ติดอาวุธเกษตรยุคดิจิทัล

ทิศทางการดำเนินงาน ปี 2564 อาจจะไม่แตกต่างจากปี 2563 มากนัก เนื่องจากปัจจุบันไทยประสบปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา หรือเป็นระยะเวลากว่า 9 เดือน ที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจบริการ ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รองมาคือในภาคอุตสาหกรรม

ส่วนในภาคการเกษตรมองว่าเป็นอีกหนึ่งภาคที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย สังเกตได้จากการสำรวจต่างๆ ที่พูดถึงความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร ก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยกว่าอาชีพอื่นๆ ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรบางตัวมีอัตราการเติบโตเป็นบวก ซึ่งมีส่วนช่วยในการผลักดันตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ได้พอสมควร ทั้งหมดนี้เป็นการประเมินผลในปี 2563

⦁ปี 2564 ประเทศไทยจะไปอย่างไหน …

Advertisement

มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นสถานการณ์ที่เราไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดการแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะฉะนั้นมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐจะดำเนินการหลังจากนี้ คือ ภาครัฐจะเข้าไปดำเนินการอย่างเต็มที่ อาจส่งผลให้การดำเนินการบางเรื่องสะดุดลง อาทิ ธุรกิจด้านการบริการ การท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าจะมีการผ่อนปรนมากขึ้น หลังจากนี้ คงต้องกลับมาเข้มงวดอีกครั้ง แต่ในส่วนของภาคการเกษตร คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากเกษตรกรได้มีการปรับตัวตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 แล้ว

เมื่อเกษตรกรมีการปรับตัวแล้ว ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการดำเนินการด้านอื่นควบคู่กันด้วย อาทิ นโยบายตลาดนำการผลิต ซึ่งนโยบายนี้ถือเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนภาคการเกษตร โดยได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด อีกทั้งยังได้ประสานงานกับส่วนราชการอื่นๆ อาทิ กองทัพบก และห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ ที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าในนโยบายนี้ รวมทั้งการปรับตัวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ที่ได้ดึงมาช่วยในการขยายสินค้าของเกษตรกรไปสู่มือผู้บริโภค และมีการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ โดยร่วมกับไปรษณีย์ไทย และเคอรี่ เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดี เพราะเราได้เริ่มต้นมาก่อนแล้ว

โดยปี 2564 จะได้นำสิ่งเหล่านี้มาต่อยอด และรักษาคุณภาพของผลผลิต รวมทั้งเปิดตลาดสินค้าเกษตรตัวใหม่ๆ ที่ประเมินแล้วมีอนาคตและเป็นที่ต้องการของตลาด อาทิ สินค้าที่มีโปรตีนจากแมลง อย่างจิ้งหรีด ซึ่งได้การรับรองคุณภาพจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยทำรายได้เข้าประเทศกว่า 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีสัตว์เศรษฐกิจชนิดอื่นที่เตรียมผลักดัน อย่างดักแด้จากไหม ปัจจุบันยังผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดอีก 3 พันตัน เบื้องต้นได้สั่งการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ไปดูในเรื่องของมาตรฐานให้เทียบเท่ากับจิ้งหรีดเพื่อหวังส่งออกสู่ตลาดต่อไป

⦁3 ไฮไลต์อุ้มภาคเกษตร

ไฮไลต์สำหรับภาคเกษตรในปี 2564 เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงที่มีความหลากหลาย ปี 2564 แบ่งเรื่องที่น่าจับตามองเป็น 3 เรื่องหลักๆ

44 ปี มติชน ประเทศไทยไปต่อ : เฉลิมชัย ชู 3 ไฮไลต์ติดอาวุธเกษตรยุคดิจิทัล

ไฮไลต์แรก 1.เรื่องการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากมีความสำคัญอันดับหนึ่งของภาคเกษตร ภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม หรือเรียกได้ว่ามีความสำคัญกับทุกภาคส่วน เพราะฉะนั้นการจัดสรรระบบน้ำในแต่ละภูมิภาค จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยขณะนี้ได้สั่งการไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะแต่ละภูมิภาคมีสภาพแวดล้อมและความต้องการที่แตกต่างกัน หากจะตัดเสื้อตัวเดียวแล้วใส่ทั้งประเทศ มองว่าไม่สามารถทำได้ และยืนยันว่าน้ำอุปโภค บริโภคไม่ขาดแคลน 100% ส่วนน้ำในภาคอื่นๆ ต้องไล่เรียงตามลำดับความสำคัญที่แตกต่างกันไป ภาคการเกษตรส่วนไหนที่มีแหล่งน้ำเพียงพอก็สามารถทำการเกษตรได้ตามต้นทุนน้ำที่มีอยู่ ส่วนนี้เป็นจุดเริ่มต้น ส่วนเรื่องภัยธรรมชาติอย่างภัยแล้งหรือน้ำท่วม ไม่มีใครกำหนดได้ แต่การเตรียมการที่พร้อมจะช่วยบรรเทาความเสียหายได้ แต่จากการประเมินในเบื้องต้นคาดว่าจำนวนน้ำในปี 2564 จะน้อยกว่าปี 2563 เล็กน้อย แต่ยังโชคดีที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาตรน้ำในปี 2564 มีมากกว่าปี 2563 ประมาณ 1 พันล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

ไฮไลต์สอง คือ การผลักดันหลักการตลาดนำการผลิต มาใช้ให้เป็นรูปธรรมและใช้กับพืชทุกตัว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ตัวไหน ถ้าประสบปัญหาราคาตกต่ำเกษตรกรได้รับความเสียหายหมด ดังนั้นทุกกรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ต้องเป็นแม่งาน มองว่าในยุคสมัยนี้ต้องนำระบบบิ๊กดาต้าเข้ามาดำเนินการแล้ว ซึ่งต้องวิเคราะห์ว่าแต่ละจังหวัดมีปริมาณสินค้าวัตถุดิบเท่าไหร่ รวมทั้ง ถ้ามีการนำระบบบิ๊กดาต้ามาใช้ จะยิ่งสามารถวิเคราะห์ภาพรวมผลผลิตเกษตรในปี 2564 ได้อีกด้วย เพื่อจะได้มีการวางแผนการตลาดล่วงหน้า ป้องกันไม่ให้สินค้าตกต่ำ นอกจากนี้เกษตรกรต้องมีการปรับตัวทั้งในเรื่องของการแปรรูปสินค้า ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะหากทำให้ระบบสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จะยิ่งเป็นการตอกย้ำเรื่องมาตรฐานและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค หรือผู้ซื้อมากขึ้นอีกด้วย

ไฮไลต์สาม คือการปรับเปลี่ยนเกษตรกรเข้าสู่ยุคดิจิทัล หรือปรับเปลี่ยนให้เกษตรกรเป็นนักธุรกิจ ด้วยการเพิ่มทักษะด้านการขายและถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งด้านการผลิต และการตลาด หากสามารถทำได้เชื่อว่าจะสามารถยกระดับเกษตรกรได้อีกขั้นแน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เกษตรกรต้องตามโลกให้ทัน หลังจากนี้จะผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ไม่ใช่ผลิตตามความเคยชินหรือความต้องการของตนเอง ซึ่งเป้าหมายในครั้งนี้ต้องการให้สินค้าของเกษตรมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยต้องลดต้นทุนการผลิต ผลักดันการแปรรูปเพิ่มความต้องการจาก 1 เท่า เป็น 5-10 เท่า

ปี 2564 ยกเป็นปีท้าทายอีกครั้ง คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตรหลังจากปี 2563 ได้มีการปรับพื้นฐานให้เกษตรกรได้รับรู้ในหลายเรื่องแล้ว ปี 2564 จะมีการขับเคลื่อนอย่างเต็มที่

ทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องเดินไปพร้อมกันจึงจะบรรลุเป้าหมาย 2564 ไปให้ได้