หน้าแรก เศรษฐกิจ 44 ปี มติชน ป...

44 ปี มติชน ประเทศไทยไปต่อ : “เศรษฐพุฒิ” มองเศรษฐกิจปี 2564

10.01.21 | 12:09 น.

เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
ผู้ว่าการ ธปท.

มองเศรษฐกิจปี 2564

1) มุมมองต่อเศรษฐกิจ ปี 2564 ปัจจัยเอื้อการขยายตัวและปัจจัยต้องระวัง
เศรษฐกิจไทยปี 2563 หดตัวสูงจากปัญหาโควิด 19 แต่คาดว่าจะทยอยกลับมาเติบโตได้ในปี 2564 โดยมีความเสี่ยงสำคัญจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ในปี 2563 เศรษฐกิจไทยโดนกระทบหนักจน GDP ที่ควรจะเติบโตไปต่อเนื่องตามปกติ หล่นไปเหลืออยู่ 93% ของปี 2562 ซึ่งหนักกว่าเกือบทุกประเทศในภูมิภาค อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ สาเหตุที่เราโดนหนักกว่าคนอื่นก็เพราะ

(1) เราพึ่งพาท่องเที่ยวสูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

(2) สินค้าที่เราส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากผลโควิด 19 สูง เช่น ยานยนต์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่สินค้าที่ฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว เช่น อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เรายังมีสัดส่วนการส่งออกไปไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

Advertisement

และ (3) เราโดนซ้ำเติมจากหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่าหลายประเทศอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด 19 คืออยู่ราว 80% ของ GDP และเพิ่มขึ้นอีกหลังโควิด 19 เป็น 84% ซึ่งสูงกว่ามาเลเซียและสิงคโปร์ที่อยู่ราว 70% และ 50% จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้จ่ายของประชาชน

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานที่ดี จากเศรษฐกิจด้านต่างประเทศที่มีเสถียรภาพ หนี้ต่างประเทศต่ำ เงินสำรองระหว่างประเทศสูง ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดจากตลาดการเงินได้ และรอบนี้ระบบธนาคารก็เข้มแข็ง

สำหรับด้านการคลัง สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ยังต่ำเมื่อเทียบกับปี 2540 นอกจากนี้ อยากเน้นให้เห็นอีกจุดคือเศรษฐกิจไทยมีความทนทาน (resiliency) สูง เห็นได้ชัดจาก 2 ด้าน คือ

(1) ผลของโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจ ที่ปกติเราพึ่งพาท่องเที่ยวสูงมากถึง 11% ของ GDP ถ้าเทียบบัญญัติไตรยางศ์ง่ายๆ ก่อนโควิด 19 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 40 ล้านคน พอเจอโควิด 19 ในปี 2563 นักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือไม่ถึง 7 ล้านคน หายไปกว่า 80% ซึ่งเท่ากับว่า GDP หายไปเกือบ 10% นี่ยังไม่รวมผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น การส่งออกที่หดตัว ซึ่งถ้าเทียบกับเศรษฐกิจปี 2563 ที่คาดว่าจะหดตัว 6.6% ก็ถือว่าดีมากแล้ว หลักๆ มาจากนโยบายภาครัฐที่เข้ามาดูแลได้ทันท่วงทีด้วย

และ (2) ตลาดแรงงานของไทยมีความยืดหยุ่น โควิด 19 กระทบภาคการท่องเที่ยวที่จ้างงานสูงถึง 20% ของแรงงานทั้งหมด และในช่วงปิดเมืองยังกระทบคนทำงานนอกภาคเกษตรหลายล้านคนที่ไม่สามารถ Work from home ได้ แต่บางส่วนสามารถย้ายไปทำงานอย่างอื่นแทนได้ จนเห็นจำนวนผู้เสมือนว่างงาน (คนที่ทำงานไม่ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน) ทยอยลดลงจาก 5.4 ล้านคน จนตอนนี้เหลือ 2.2 ล้านคนแล้ว

44 ปี มติชน ประเทศไทยไปต่อ : เศรษฐพุฒิ มองเศรษฐกิจปี 2564

ดังนั้น คาดว่าเศรษฐกิจในปี 2564 จะค่อยๆ กลับมาฟื้นตัวได้ เราน่าจะเห็นการเติบโตของเศรษฐกิจเมื่อเทียบปีต่อปีกลับเป็นบวกในไตรมาส 2 โดยถ้าดูจากตัวเลข จะเห็นว่าหลาย sector ฟื้นกลับมาดีกว่าหรือใกล้กับช่วงก่อนโควิด 19 แล้ว ทั้งการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน การส่งออก และการผลิตในภาคอุตสาหกรรม

แต่ก็ยังต้องระมัดระวังในบางภาคส่วนด้วย เพราะเราเห็นว่าการฟื้นตัวคราวนี้เป็นแบบไม่เท่ากัน (uneven) บาง sector

โดยเฉพาะโรงแรมฟื้นกลับมาเพียง 34% ของระดับก่อนโควิด 19 เท่านั้น

นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับความเสี่ยงสำคัญ 2 เรื่อง

เรื่องแรกคือ การระบาดของโควิด 19 ในไทยช่วงนี้ ที่เริ่มส่งผลเป็นวงกว้างมากขึ้น แม้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดจะไม่เข้มข้นเท่ากับรอบแรก แต่ก็จะส่งผลทำให้เครื่องชี้เศรษฐกิจบางตัวที่ฟื้นขึ้นมาดีกว่าช่วงก่อนโควิด 19 แล้ว เช่น การใช้จ่ายของประชาชน กลับทรุดลงอีกได้

และเรื่องที่สองคือ การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปีหน้าตามที่หวังไว้หรือไม่ เพราะผลของวัคซีนและการได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงยังมีความไม่แน่นอนสูง ประเทศที่จะได้ฉีดวัคซีนก่อนอย่างสหรัฐฯ และอังกฤษ คิดเป็นเพียง 5% ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยเท่านั้น ขณะที่คนจีนที่มีสัดส่วนสูงถึง 28% อาจยังไม่มาจนกว่าไทยจะมีวัคซีน

ดังนั้น แม้จะมีวัคซีน ก็ไม่ได้แปลว่าจะช่วยเศรษฐกิจไทยทั้งหมดได้ รวมทั้งหากการแพร่ระบาดรอบใหม่ไม่ทุเลาโดยเร็ว ก็อาจส่งผลต่อแผนการเปิดประเทศของไทย และความต้องการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวบางส่วนได้ วิกฤตรอบนี้ จึงถือว่าอาการหนัก แก้ยาก แต่ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง และ

ความร่วมมือร่วมใจของทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้เรามั่นใจว่าประเทศไทยจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา โดย ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจจะทยอยกลับมาเท่ากับระดับก่อนโควิด 19 ได้ในไตรมาส 3 ปี 2565