หอการค้า ชี้ วิกฤตตู้คอนเทนเนอร์ ทำส่งออกเสียหาย 1.55แสนล้าน วอนรัฐตั้งกองทุนช่วย

AFP PHOTO / PORNCHAI KITTIWONGSAKUL

ม.หอค้า เผยขาดคอนเทนเนอร์ ส่งออกเสียหาย1.55แสนล้าน วอนรัฐตั้งกองทุนช่วยผู้ส่งออกด่วน

วันนี้ (14 ม.ค.) ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้การส่งออกยังได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ จึงส่งผลให้ค่าระวางสินค้าเพิ่มขึ้น 3-5 เท่าตัวจากปี 2562 เป็นเพราะผลกระทบจากโควิดระบาดต่อเนื่องในปีที่แล้วถึงตอนนี้ จนกระทบต่อแรงงานและระบบขนส่ง หลายประเทศเพิ่มส่งออก เช่น จีน ทำให้จำนวนตู้สินค้าคงค้างที่ท่าเรือ เช่น ยุโรป อเมริกา ซึ่งคาดว่า กว่าตู้สินค้าจะกลับเพิ่มขึ้นจะใช้เวลากว่า 1 เดือนจากนี้ ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกไทยปี 2564 สูญเสีย 5,159 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 154,767 ล้านบาท และกระทบต่อส่งออกรวม 2.2 %

“การส่งออกปี 2563 ติดลบถึง 7% และมีมูลค่าประมาณ 2.29 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นฐานที่ต่ำ ดังนั้น อย่างไรในปี 2564 ตัวเลขส่งออกก็มีโอกาสเป็นบวก ซึ่งประเมินว่าจะบวกได้ 3.6% และมีมูลค่าประมาณ 2.37 แสนล้านเหรียญสหรัฐ บนปัจจัยบวกคือ เศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าเริ่มฟื้นตัว ประเทศต่างๆเริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราคาน้ำมันสูงขึ้น สะท้อนบริโภคและเดินทางเพิ่ม การลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ” นายอัทธ์ กล่าว

นายอัทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงกระทบต่อการส่งออกปี 2564 อื่นๆอีก คือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ไม่ครอบคลุม 40% ของจำนวนประชากรโลก ก็จะส่งผลต่อส่งออกไทยลบ 0.8 % รวมถึงหากเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ทุก 1% ที่แข็งค่า จะกระทบต่อส่งออกลดลง 0.11% ผลกระทบจากสหภาพยุโรป(อียู)เปิดเสรีการค้า ทั้งอียู-เวียดนาม อียู-อินเดีย อียู-แอฟริกา ซึ่งอียูเตรียมทำเอฟทีเอกับนานาชาติถึง 60 ฉบับ และสินค้าที่ไทยได้รับผลกระทบ อาทิ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ปศุสัตว์ เป็นต้น หรือกระทบส่งออก 0.5% รวมถึงผลกระทบจากนโยบายของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ โดยเฉพาะนโยบาย”บายอเมริกา” (BUY America)ที่จะขึ้นภาษี 10% กับบริษัทที่ผลิตสินค้านอกสหรัฐแล้วนำกลับมาขายในตลาดสหรัฐ รวมถึงการออกมาตรการใหม่และมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีเพิ่มเติม หลังเบร็กซิท ขณะที่ไทยยังไม่ได้ทำเอฟทีเอกับสหราชอาณาจักร

นายอัทธ์ กล่าวว่า ข้อเสนอต่อรัฐบาลที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบ คือ 1.รัฐบาลต้องตั้งกองทุนช่วยเหลือภาระต้นทุนค่าขนส่งทางเรือแก่ผู้ประกอบการส่งออก แล้วมีการตกลงกับภาคเอกชนจะแบ่งรับภาระกันอย่างไร 2.รัฐบาลต้องเร่งคุยกับเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อให้ตู้คอนเทนเนอร์เปล่ากลับมาที่ท่าเรือไทย โดยรัฐบาลเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย 3.ลดภาษีด้านต่างๆ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ

นายอัทธ์ กล่าวว่า เห็นด้วยหากรัฐบาลจะลดผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดให้จบโดยเร็ว โดยการล็อกดาวน์พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงประมาณ 1 เดือน เพื่อทำการค้นหา รักษาผู้ติดเชื้อ ให้ปลอดจากโรคทั้งหมด บังคับใช้ระบบตรวจสอบสินค้าย้อนกลับได้ จัดทำประกันภัยสำหรับผู้บริโภคจากต่างประเทศ ถ้าติดเชื้อจ่าย 1 แสนบาท ถ้าเสียชีวิตจ่าย 1 ล้านบาท รวมถึงติดสติกเกอร์ “Covid Free” หรือปลอดเชื้อโควิด บนผลิตภัณฑ์ส่งออก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยเฉพาะรัฐต้องเร่งช่วยเหลือกลุ่มที่หนักสุดโดยเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี กลุ่มผู้ผลิต และกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ที่กำลังประสบปัญหารุนแรงในขณะนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กลุ่มไทยภักดี’ ยื่นตั้งพรรคการเมืองแล้ว จองชื่อ ‘ไทยภักดีประเทศไทย’
บทความถัดไปร.ต.อ.-ส.ต.ท.ให้ออกราชการ รรท.ผู้การจันทบุรีฟัน หลังถูกจับคาวงไพ่