‘อุดม ตันติประสงค์ชัย’ ผู้ก่อตั้งสายการบินโอเรียนท์ไทย-วันทูโก เสียชีวิตแล้ว ปิดตำนานเจ้าพ่อสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกในไทย

‘อุดม ตันติประสงค์ชัย’ ผู้ก่อตั้งสายการบินโอเรียนท์ไทย-วันทูโก เสียชีวิตแล้ว ปิดตำนานเจ้าพ่อสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกในไทย

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. เพจเฟซบุ๊ก “บันทึกไม่ลับของคนขับเครื่องบิน” ได้โพสต์รูปภาพและข้อความระบุว่า “อุดม ตันติประสงค์ชัย เจ้าของสายการบิน Orient Thai และวันทูโก เสียชีวิตแล้ว หลังจากเพิ่งปิดตำนานสายการบินโอเรียนท์ ไทย ไม่กี่วันก่อน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยครับ หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบว่าสายการบิน Low cost สายการบินแรกของประเทศไทย คือ โอเรียนท์ ไทย นี่แหละครับ มาก่อนนกแอร์ และแอร์เอเชียเสียอีก คุณอุดมนับว่าเป็นนักธุรกิจผู้บุกเบิกสายการบินต้นทุนต่ำคนแรกๆ ในไทย”

ทั้งนี้สำหรับนายอุดม ตันติประสงค์ชัย เกิดเมื่อปี พ.ศ.2498 ที่กรุงเทพฯ ในครอบครัวทำธุรกิจกิจการโรงฟอกหนัง ไปเรียนที่ไต้หวันตั้งแต่อายุ 13 ปี มีชื่อภาษจีนว่า “เฉิน สวย จิ่น” ต่อมาได้ไปเรียนที่โรงเรียนช่างกลเครื่องบินที่ฮ่องกง เมื่ออายุ 17 ปี ได้กลับเมืองไทยและดำเนินธุรกิจส่งออกหนังฟอกไปฮ่องกง พร้อมแปรรูปเศษหนังที่ไม่มีค่า ไขมันไขวัวขายไปทำสบู่ และส่งออกน้ำมันปาล์ม ทำสบู่ให้กับไต้หวัน จากนั้นได้ขยายธุรกิจไปในเวียดนาม กัมพูชา ฯลฯ

นายอุดมได้เริ่มต้นธุรกิจสายการบินด้วยการบริหารสายการบิน แคมโบเดีย อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ (CIA) ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของกัมพูชา ในนามของบริษัท Fuldaa ที่ได้รับสัมปทานจากคณะรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อปี 2533 และเริ่มเปิดบินเที่ยวแรกในเดือนพฤษภาคม 2535 เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ-พนมเปญ และได้ปิดลงเมื่อปี 2537 และต่อมาก็ได้กลับประเทศไทย โดยได้นำเครื่องบินจำนวน 3 ลำมาด้วย ระหว่างที่รอใบอนุญาตในปี 2537 นั้นได้รับการติดต่อจาก William Gatchalian ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานพลาสติกของฟิลิปปินส์ ให้ร่วมหุ้น 60-40% ทำสายการบิน แอร์ ฟิลิปปินส์ หลังจากรัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดเสรีการบินในปี 2537

หลังจากนั้นในปี 2538 ก็ได้เปิดให้บริการสายการบินโอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ หรือ Orient Thai Airlines ภายใต้ชื่อ โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส แอร์ แต่เดิมให้บริการบินในประเทศเป็นหลัก เช่น เชียงใหม่-อุบลราชธานี, อุดรธานี, ขอนแก่น เป็นต้น และต่อมาก็เริ่มให้บริการบินระหว่างประเทศ เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยในปี 2546 จึงเปิดสายการบินวัน-ทู-โก เพื่อทำการบินในประเทศ ซึ่งทั้งสองสายการบินนับเป็นสายการบินโลว์คอสต์เจ้าแรกของไทย ที่ค่าตั๋วเดินทางไปต่างประเทศและในประเทศเริ่มต้นแค่หลักพันเท่านั้น โดย โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ ได้ยุติการให้บริการเที่ยวบินทั้งหมดอย่างถาวรในปี พ.ศ.2561 เนื่องจากถูกสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. สั่งพักใบอนุญาตทำการบินแบบไม่มีกำหนด จากปัญหาด้านภาระหนี้สินค้างจ่ายกับหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงค่าเช่าที่จอดเครื่องบินของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และค่าใช้บริการจราจรทางอากาศของวิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.)

นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 62 ศาลกรุงปารีส ฝรั่งเศส มีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี นายอุดม พร้อมเรียกค่าชดเชย อีก 75,000 ยูโร จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่ภูเก็ต เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 50 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 90 คน จากผู้โดยสารทั้งหมด 123 คน ลูกเรือ 7 คน โดยผู้เสียชีวิตเป็นชาวไทย 33 คน เป็นชาวต่างชาติ 57 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ อิสราเอล ฝรั่งเศส

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 64 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ จํากัด สืบเนื่องจากบริษัท แอร์โร่ พาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (Aero Parts International LLC) ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางให้ บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ จํากัด ล้มละลาย ซึ่งศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา
ดังนั้น นับแต่วันที่ศาลได้มีคําสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอํานาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 บุคคลผู้เป็นหนี้ลูกหนี้ หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง มีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ทราบคําสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามมาตรา 24/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ซึ่งผู้ใดมีหน้าที่ตามมาตรา 24/1 แล้วไม่ปฏิบัติตาม มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท ตามมาตรา 173/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

อนึ่ง เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีนี้จะเป็นโจทก์หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ฝ่ายคำคู่ความ สํานักงานเลขานุการกรม กรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดี ซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันที่โฆษณาคำสั่งนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ำหนดวันลงโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 5 มกราคม 2564 ซึ่งตรวจได้จากเว็บไซต์ของกลุ่มงานราชกิจจานุเบกษาที่ www.ratchakitcha.soc.go.th

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วิโรจน์’ อาลัย ‘ฐากูร’ เชื่อแม้จะเป็นความสูญเสีย แต่รากฐานสื่อที่สร้างไว้จะอยู่สืบไป
บทความถัดไปไม่รู้ไปโกรธใครมา ‘นาโปลี’ เปิดบ้านไล่ถล่ม ‘ฟิออเรนติน่า’ 6-0