นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาหัวมันสำปะหลังสดภายในประเทศตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ไม่สะท้อนกลไกตลาดโลกที่ราคาอยู่ในช่วงขาขึ้น จึงขอความร่วมมือ 3 สมาคม คือ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่กดราคารับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกร และเห็นพ้องใช้การกำหนดราคาแนะนำรับซื้อหัวมันสด เริ่มที่ราคา 2.40 บาท/กก.( เชื้อแป้ง 25%) และสลับราคารับซื้อในสัปดาห์ถัดไป เป็น 2.45 บาท และ 2.50 บาท เท่ากับราคาประกันรายได้ พร้อมกันนี้ ขอให้แต่ละสมาคมเข้มงวดสมาชิกในการรับซื้อไม่ต่ำกว่าราคาแนะนำ หากไม่ปฎิบัติตาม ขอให้ทบทวนการเป็นสมาชิกโดยการขับออก ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ส่งออกรายนั้น ๆ พ้นสภาพการเป็นผู้ส่งออกตามกฎหมายโดยปริยาย
นายกีรติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดการนำเข้าผลิตภันฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพะในเรื่องคุณภาพมาตรฐานและไม่มีสิ่งปลอมปน เพราะหากมันนำเข้าไม่มีคุณภาพปลอมปนกับมันในประเทศ จะกระทบต่อราคามันในประเทศด้วย และกระทบต่อภาพลักษณ์ส่งออกมันไทย และเข้มงวดไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบ เพื่อกดราคารับซื้อ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.) กล่าวว่า กรมออกมาตรการเข้มงวดในการขนย้ายและสต๊อกมันสำปะหลังผู้ประกอบการลานมัน และหากพ่อค้ารายใดบิดเบือนราคาหรือกดดราคารับซื้อจนกระทบต่อเกษตรกร ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยนราคาสินค้า และบริการ มาตรา 29 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท พร้อมกับในใช้มาตรการคู่ขนานกับโครงการประกันรายได้มันสำปะหลังนี้ ที่มีเป้าหมาย 2.50 บาท/กก. เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง วงเงิน 69 ล้านบาท โครงการสินเชื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่ม โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง เพื่อสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการแปรรูปมันสำปะหลัง เป็นต้น
นายบุญชัย ศรีชัยยงพาณิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้ราคามันสำปะหลังมีทิศทางสูงขึ้น เนื่องจากจีนกำลังขาดแคลนข้าวโพดเพื่อผลิตอาหารและแปรรูป ส่งผลราคาสูงขึ้น ทำให้จีนปรับนำเข้ามันสำปะหลังไปทดแทน เพื่อผลิตอาหารแปรรูป อาหารสัตว์ และเอทานอล คาดว่าปีนี้จีนจะนำเข้ามันเส้นสูงถึงกว่า 7 ล้านตัน ในจำนวนนี้คาดว่าจะนำเข้าจากไทยกว่า 5 ล้านตัน ถือเป็นการส่งออกของไทยสูงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ที่จีนนำเข้าเฉลี่ยปีละ 3.5 ล้านตัน และนำเข้าจากไทย 3 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศและส่งออกรวมกัน 40 ล้านตัน แต่ผลิตได้ในประเทศ 28 ล้านตัน ที่เหลือไทยต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน
นายบุญชัย กล่าวว่า ขณะที่ไทยส่งออกได้มาก แต่พบว่าราคารับซื้อมันสดในประเทศราคายังต่ำและปีก่อนต่ำกว่า 2 บาทต่อกก. เพราะปีก่อนผู้ส่งออกต้องแข่งขันส่งออกไปจีนที่มีความต้องการน้อยและกดราคา จึงเกิดการขายตัดราคา จนกระทบต่อราคามันสดในประเทศ แต่ตอนนี้จีนเพิ่มนำเข้าเร็ว ราคาสูง และเพื่อไม่กระทบต่อเกษตรกร จึงยอมรับใช้การตั้งราคาแนะนำรับซื้อ ณ วันที่ 18 มกราคม อยู่ที่ 2.40 บาทต่อกก.(เชื้อแป้ง25%) ซึ่งคิดจากเชื้อแป้งหัวมันและแอลกอฮอลล์ที่ได้จากหัวมัน โดยทิศทางราคาเอทานอลในจีนสูงขึ้นจากวันนี้ 7,100 หยวนต่อตัน ก็จะเพิ่มราคาแนะนำรับซื้อในสัปดาห์ถัดไป เป็น 2.45 บาทต่อกก. และ 2.50 บาทต่อกก. ซึ่งเท่ากับราคาประกันรายได้ และมีโอกาสที่ราคาหัวมันสดจะถึง 3 บาทต่อกก.
“ ตอนนี้มีผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปจีน 16 ราย ก็ขอความร่วมมือให้รับซื้อมันสดในราคาแนะนำ แต่เป็นภาคสมัครใจ และไม่มีมาตรการที่จะใช้ลงโทษหากไม่รับซื้อตามราคาแนะนำ ซี่งรัฐเองก็มีกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ในการตรวจสอบว่าต้นทุนและราคารับซื้อ นั้นเหมาะสมไหม “ นายบุญชัย กล่าว
นายรังสี ไผ่สะอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอให้ทั้ง 3 สมาคมความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรด้วย การไม่ฮั้วตัดราคารับซื้อจากเกษตรกร ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ราคามันสำปะหลังเหลือเพียง 2 บาทกว่าเท่านั้น ขณะที่เกษตรกรแบกรับต้นทุนอยู่ที่ 2.30 บาท/กก. และผลผลิตต่อไร่น้อยลง รายได้จึงไม่เพียงพอ แม้มีส่วนต่างจากประกันรายได้ และอยากให้รับซื้อเกิน 2.50 บาท/กก . เพราะดูจากราคาเอทานอลในจีนตอนนี้ถอนเป็นราคาหัวมันสด น่าจะอยู่ 2.70-2.80 บาท
“ ซึ่งเป็นไปตามราคากลไกตลาด หากผลผลิตน้อย ความต้องการสูงราคาก็ต้องปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่เกษตรกรได้ราคารับซื้อที่ต่ำเป็นเพราะสมาคมต่าง ๆเหล่านี้ร่วมมือกันกดราคา จึงเรียกร้องให้สมาคมออกระเบียบขับสมาชิกที่มีพฤติกรรมดังกล่าวออกจากสมาคมเพราะจะส่งผลให้ผู้ส่งออกรายนั้นถูกตัดสิทธิการส่งออก ซึ่งการมีกฎดังกล่าวจะทำให้ผู้ส่งออกไม่กล้าตัดราคารับซื้อจากเกษตรกร “ นายรังสี กล่าว

