‘ก.ล.ต.’ ยัน ไม่ออกเกณฑ์พิเศษคุมตลาด ‘บิทคอยน์’ ย้ำมีกฎอยู่แล้ว เตือนนักลงทุนเสี่ยงสูง

‘ก.ล.ต.’ ยันไม่ออกเกณฑ์พิเศษดูแลตลาด ‘บิทคอยน์’ เหตุมีกฎอยู่แล้ว ย้ำความเสี่ยงสูง ต้องรู้จริงก่อนลงทุน

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนจำนวนมากถึงปัญหากับระบบงานของ Bitkub หรือ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ที่ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ตามปกติ และมีการหยุดชะงักของระบบงานสำคัญ ได้แก่ ระบบซื้อขายวันที่ 2 วันที่ 3 และวันที่ 16 มกราคม 2564 ขณะนี้ ก.ล.ต.ได้มีมติให้บริษัทส่งแผนการแก้ไขให้ ก.ล.ต. และดำเนินการแก้ไขระบบงานที่เป็นประเด็นปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน โดยบิทคับจะต้องปรับระบบให้สามารถรองรับผู้เข้าใช้บริการได้ในปริมาณมากๆ หรือเป็นการเพิ่มความสามารถในการรองรับ (คาพาซิตี้) ให้มากขึ้น

โดย บิทคับได้รับโจทย์ที่จะต้องแก้ไขไปแล้ว และต้องดำเนินการแก้ไขให้ได้ภายใน 5 วัน แต่หลังจากนั้นระบบการแก้ไขจะแล้วเสร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของบริษัทเอง ในส่วนนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของก.ล.ต. รวมถึงก.ล.ต.เอง ได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารของแพลตฟอร์มให้บริการซื้อขายบิทคอยน์แล้วในประเทศไทยอีก 2-3 ราย ซึ่งระบบทุกอย่างไม่มีปัญหาและสามารถให้บริการนักลงทุนได้ตามปกติ ซึ่งก.ล.ต ได้เน้นย้ำให้ทุกบริษัทจัดการระบบให้สามารถรองรับกับปริมาณการเข้าใช้ของลูกค้าให้ได้อย่างมีเสถียรภาพมากที่สุด

“ในกรณีที่บิทคอยน์มีการปรับราคาขึ้นร้อนแรงในขณะนี้ ก.ล.ต.ไม่ได้มีการออกเกณฑ์ควบคุมหรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพราะมีข้อกำหนดที่เป็นกฎหมายอยู่แล้ว รวมถึงตลาดบิทคอยน์ในส่วนของผู้ให้บริการก็มีข้อตกลงว่า หากราคาร้อนแรงมาก จะมีการออกประกาศให้นักลงทุนที่เป็นลูกค้ารับรู้ข้อมูลที่ชัดเจนอยู่แล้ว” นางสาวรื่นวดี กล่าว

นางสาวรื่นวดี กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในบิทคอยน์ จากข้อมูลพบว่าจำนวนผู้ลงทุนในตลาดบิทคอยน์เป็นคนละกลุ่มกับสินทรัพย์อื่นๆ อาทิ หุ้น รวมถึงยังเห็นเทรนด์คนอายุน้อยประมาณ 18-20 ปี เข้ามาซื้อขายในบิทคอยน์มากขึ้น โดยที่ผ่านมา ก.ล.ต.เน้นขยายการลงทุนในกลุ่มกองทุนรวมมากกว่า แต่ขณะนี้พบว่ามีนักลงทุนหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยเข้าไปลงทุนในบิทคอยน์โดยตรง จึงอยากแนะนำให้ทำความเข้าใจในตัวบิทคอยน์อย่างแท้จริง ว่าเรากำลังจะลงทุนในสินทรัพย์ใด และสามารถวิเคราะห์สินทรัพย์นั้นได้หรือไม่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดขึ้น เพราะตัวบิทคอยน์แตกต่างสินทรัพย์อื่นๆ เนื่องจากไม่มีปัจจัยพื้นฐานใดๆ ทั้งสิ้นรองรับ นัยยะต่างจากหุ้น ที่มีบริษัทและการดำเนินธุรกิจชัดเจน หรือหุ้นกู้ ที่ผู้ลงทุนจะเป็นเจ้าหนี้หรือเจ้าของทางอ้อม

ทั้งนี้ ก.ล.ต.แนะนำว่า คริปโทเคอร์เรนซีมีความเสี่ยง จีงมี 6 ข้อควรระวังก่อนลงทุน ได้แก่ 1. ศึกษาข้อมูลให้เข้าใจลักษณะความเสี่ยงและผลตอบแทนของคริปโทเคอร์เรนซี และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา ที่ชักชวนลงทุนโดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง 2. สามารถรับความผันผวนสูงได้ เพราะคริปโทเคอร์เรนซีอาจขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับ และเป็นเพียงการเก็งกำไร 3. ยอมรับการสูญเสียของเงินลงทุนได้ โดยไม่เป็นภาระต่อตนเองและครอบครัว เพราะมีโอกาสสูญเสียเงินลงทุนทั้งก้อน 4. หากไม่เคยลงทุนในหลักทรัพย์มาก่อน ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ 5. ลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และ 6. หมั่นติดตามบัญชีลงทุนอยู่เสมอ โดยหากพบปัญหาสามารถติดต่อ “ศูนย์ดูแลลูกค้าของบริษัท” (Compliance) หรือ ติดต่อสายด่วนศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. 1207 ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต.มีมติให้ บิทคับ ออนไลน์ ส่งแผนแก้ไข ระบบซื้อขายล่ม ประชาชนร้องเรียนจำนวนมาก

บิทคับ แจ้งปิดปรับปรุงเว็บไซต์-แอพพ์ ‘ฉุกเฉิน’ ทีมงานเร่งแก้ไข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon