ทุนสิงคโปร์ “กรีนฟิลด์ฯ” เชื่อมั่นไทย เดินหน้าลงทุนต่อเนื่องทั้งแนวราบ-โรงแรม

ทุนสิงคโปร์ “กรีนฟิลด์ฯ” เชื่อมั่นไทย เดินหน้าลงทุนต่อเนื่องทั้งแนวราบ-โรงแรม

นายดีภัค มิชรา ผู้ก่อตั้งบริษัท กรีนฟิลด์ แอดไวซอรี่ จำกัด กลุ่มทุนจากสิงคโปร์ที่ร่วมก่อตั้งบริษัท ฟัลครัม เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวสรุปภาพรวมการลงทุนปีที่ผ่านมาว่า สถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีในช่วงต้นปี แต่หลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบในวงกว้าง อย่างไรก็ดีในปี 2564 ต่อเนื่องไปยังคงมีความเชื่อมั่นในโอกาสการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งมีวางแผนพัฒนาโครงการหลายรูปแบบ ทั้งโครงการบ้านที่อยู่อาศัยคุณภาพ, Community Mall, โรงแรม และเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ รวมมูลค่ากว่า 70 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

“จีดีพีมีส่วนกระทบอย่างมากต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เราต้องดำเนินการธุรกิจอย่างระมัดระวังมากขึ้นเพื่อความยั่งยืนในธุรกิจ สำหรับกลุ่มกรีนฟิลด์ แอดไวซอรี่ มองว่าประเทศไทยยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก สำหรับในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้สภาพโดยรวมยังอ่อนไหวและต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นช่วงครึ่งปีหลังน่าจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น แม้ว่าขณะนี้จะมีวัคซีนป้องกันโควิดออกมาแล้ว แต่สภาพการเดินทางข้ามประเทศยังควบคุมเข้มข้น ไม่สามารถทำได้อย่างเปิดกว้างทั่วทุกประเทศ ยังต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะหนึ่ง สำหรับภาพที่ชัดเจนในการฟื้นตัวของคอนโดมิเนียมต่างๆ น่าจะเห็นได้ในปีหน้า ” นายดีภัค กล่าว

นายดีภัค กล่าวต่อถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างทั่วถึงทุกวงการไม่มีใครได้เปรียบกันแต่อย่างใด ในส่วนของกลุ่มทุนกรีนฟิลด์ฯ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการในไทยหลายรูปแบบ ทั้งโครงการพานารา ลาดกระบัง ซึ่งเป็นบ้านพร้อมอยู่ระดับราคา 7 ล้านบาทขึ้นไป, โครงการอโณณา บ้านแฝดและทาวน์เฮาส์ ที่บางบ่อ สมุทรปราการ นอกจากนั้นยังมีการเซ็นสัญญาจับมือพันธมิตรธุรกิจกับโอ๊ควู้ด แลนด์ ซึ่งเป็นเชนโรงแรมระดับสากลตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว เพื่อเข้ามาร่วมบริหารงาน โดยเริ่มจากการรีโนเวทปรับปรุงโรงแรมที่ซอยสุขุมวิท 11 , โครงการเซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ที่ซอยเอกมัย 10 จากนั้นจะเร่งพัฒนาโครงการที่ภูเก็ต และจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆอีกหลายแห่ง

ทั้งนี้ภายใต้การเปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการของกรีนฟิลด์ แอดไวซอรี่ กับกลุ่มทุนไทย โครงการแรก คือ พานารา เทพารักษ์ บ้านเดี่ยว ขนาด 2 -3 ชั้น ราคา 7-19 ล้านบาท ติดถนนเทพารักษ์ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ ซึ่งให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลดวยดี ที่สั่งการให้ shutdown และ work from home เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้สถานการณ์คลี่คลายและธุรกิจต่างๆสามารถกลับมาดำเนินการได้ช่วงกลางปี ในส่วนของโครงการได้กลับมาทำตลาดในช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ซึ่งมีผลที่น่าพอใจทั้งการตลาดที่มียอดขายและความคืบหน้าด้านงานก่อสร้าง และแม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ยังไม่สามารถควบคุมได้เต็มที่ และมีแนวโน้มกลับมาระบาดรอบใหม่ แต่ยังมีความมั่นใจที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องหลายโครงการดังกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐสั่งฟอร์ดเรียกคืนรถ 3 ล้านคัน หลังพบแอร์แบ็กระเบิด
บทความถัดไปฟังชัดๆ ทำไมรัฐบาล ไม่จ่ายเงินสด ‘เราชนะ’ รวดเดียว 7พัน