เฉลียงไอเดีย : ทายาท‘สมุนไพรวังพรม’รุ่น 2 รับไม้ต่อกับภารกิจยกระดับยาหม่องสมุนไพร สู่‘โฮม เทอราปี’ที่ต้องมีทุกบ้านทั่วโลก

เฉลียงไอเดีย : ทายาท‘สมุนไพรวังพรม’รุ่น 2 รับไม้ต่อกับภารกิจยกระดับยาหม่อง

เฉลียงไอเดีย : ทายาท‘สมุนไพรวังพรม’รุ่น 2 รับไม้ต่อกับภารกิจยกระดับยาหม่องสมุนไพร สู่‘โฮม เทอราปี’ที่ต้องมีทุกบ้านทั่วโลก

เมื่อพูดถึงแบรนด์ยาหม่องสมุนไพรที่วางขายตามท้องตลาดในบ้านเรา แน่นอนว่ามีมากหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อหาตามความชื่นชอบและสรรพคุณบรรเทาอาการต่างๆ แต่ถ้าจะให้เอ่ยถึงแบรนด์ยาหม่องที่มีจุดเด่นที่แตกต่าง โดยเฉพาะกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ครองใจผู้บริโภคมานานกว่า 25 ปี และแม้จะหลับตาดมก็รู้ได้ว่ายาหม่องกระปุกไหนคือ “ยาหม่องสมุนไพรวังพรม”

เส้นทางปลุกปั้นผลิตภัณฑ์ยาหม่องสมุนไพรต้นตำรับเริ่มต้นจากรุ่นพ่อและรุ่นแม่ในปี 2538 จากธุรกิจค้าขายยาสมุนไพรแบบซื้อมาขายไปของ “พ่อเฉลิม” และ “แม่ประนอม” วังพรม ทั้งคู่เริ่มจากการไปรับยาสมุนไพรบริเวณวัดโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร มาจำหน่ายต่อในเขตจังหวัดนครปฐม โดยเลือกสถานที่ตั้งร้านแห่งแรกที่หน้าวัดไร่ขิง อ.สามพราน

เมื่อการค้าขายได้ผลตอบรับดี ไปได้สวย ประกอบกับเริ่มมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสินค้าสมุนไพรมากขึ้น ในปี 2540 จึงตัดสินใจพัฒนาสูตรยาขึ้นเองภายใต้แบรนด์ “สมุนไพรวังพรม”

สินค้าตัวแรกที่คิดค้นคือ “ยาหม่องสมุนไพรสูตรไพล” เนื้อสีเหลืองที่มีคุณสมบัติและส่วนผสมแตกต่างจากยาหม่องยี่ห้ออื่น คือให้ความรู้สึกเย็นเมื่อยาสัมผัสผิวแต่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดีกว่ายาหม่องร้อนที่ขายทั่วไปในขณะนั้น ส่งผลให้สมุนไพรวังพรมเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ปี 2543 จึงตัดสินใจก้าวต่อด้วยการคิดค้นสูตร “ยาหม่องสมุนไพรเสลดพังพอน” เนื้อสีเขียว ที่ขายดียิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติแก้คันจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อยและมีกลิ่นหอมนวลละมุน ยิ่งสร้างชื่อสมุนไพรวังพรมเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ เพราะสินค้าขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและขายดีที่สุด

พอมาถึงยุคที่สองในรุ่นลูก วัชรีภรณ์ วังพรม บริหารงานในตำแหน่ง กรรมการบริหาร บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด ยกระดับจากสินค้าโอท็อปห้าดาว (OTOP) ขยับสู่สินค้าและผลิตภัณฑ์ระดับชาติ (National Brand) แล้ว แต่ยังไม่หยุดภารกิจการพัฒนาสินค้า เพราะเป้าหมายสำคัญของผู้บริหารรุ่นสองคนนี้ที่ต้องทำให้ได้คือขยับจากสินค้าครองใจผู้บริโภคคนไทยไปสู่ชาวต่างชาติ ในฐานะผลิตภัณฑ์ “นวดผ่อนคลายประจำบ้าน” หรือ “โฮม เทอราปี” (Home Therapy) ที่ต้องมีทุกบ้าน

คุณวัชรีภรณ์บอกว่า แนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะคนยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพและให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติมากขึ้น ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งทิศทางนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะผู้บริโภคคนไทย แต่ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติที่มีความชื่นชอบสมุนไพรไทยเป็นทุนเดิม จึงวางเป้าหมายพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและสามารถส่งขายต่างประเทศได้

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สมุนไพรวังพรมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้านผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตต่างๆ อาทิ มาตรฐาน CODEX GMP คือระบบรับรองกระบวนการผลิตที่ดี เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก, มาตรฐานการผลิตยาโบราณตามสุขลักษณะที่ดี (GMP), ใบรับรองเครื่องหมายฮาลาล และตรารับรองคุณภาพมาตรฐานโลก T Mark ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น

สิ่งที่ต้องทำคือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยน่าใช้ รวมถึงทำตลาดและวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อสร้างมาตรฐานการผลิตในระยะยาว จึงก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ภายใต้มาตรฐาน GMP PIC/S อันเป็นมาตรฐานการผลิตยาของประเทศในสหภาพยุโรป และตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการภายในปีนี้

สำหรับสัดส่วนยอดจำหน่ายโดยรวมของสมุนไพรวังพรม แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ 85% และส่งออก 15% ในช่วงที่ผ่านมา จึงหันมามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งผลพวงจากการพัฒนาสินค้าจนได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ทำให้สามารถเปิดตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น ได้แก่ กลุ่มประเทศ CLMV เกาหลีใต้ จีน รัสเซีย และประเทศแถบยุโรป โดยปี 2562 สมุนไพรวังพรมสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ในประเทศลาว โดยทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% ขึ้นแท่นเป็นผลิตภัณฑ์ยาหม่องสมุนไพรจากประเทศไทย ที่สามารถทำยอดขายอันดับ 1 แซงหน้าผลิตภัณฑ์ยาหม่องโลคอลแบรนด์ของลาวได้เป็นครั้งแรก

เป็นที่คาดการณ์ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19เริ่มคลี่คลาย ส่งผลต่อคำสั่งซื้อและยอดขายจะกลับมาแล้วก็ตาม แต่ภารกิจยกระดับผลิตภัณฑ์เพื่อฉลองโอกาสดำเนินธุรกิจครบรอบ 25 ปี ยังเดินหน้าต่อภายใต้เป้าหมายต่อยอดผลิตภัณฑ์ “นวดผ่อนคลายประจำบ้าน” ด้วยกลยุทธ์ปั้นแบรนด์สมุนไพรไทยที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาและการนวดไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ด้วยการเผยแพร่วิดีโอ “เชิดชูนวดไทย จากสมุนไพรวังพรม” ซึ่งไม่เพียงช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นไทย แต่ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มคุณค่าและเรื่องราวให้กับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยอีกด้วย

คุณวัชรีภรณ์เชื่อว่า การต่อยอดยาหม่องสมุนไพรยกระดับสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ “โฮม เทอราปี” จะทำให้แบรนด์สมุนไพรวังพรมเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายการเพิ่มกลุ่มผู้บริโภค โดยเน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์สมุนไพรมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเน้นทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และการจัดโปรโมชั่น ควบคู่ไปกับช่องทางจัดจำหน่ายหน้าร้านสมุนไพรวังพรมและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศไทย

ขณะเดียวกันยังเป็น “การยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์” ให้ดูน่าใช้และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ สอดคล้องกับศาสตร์นวดไทยที่ได้รับยกย่องเป็นมรดกโลก ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ก้าวสู่ระดับสากล

ปิยะวรรณ ผลเจริญ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วันชัยเชื่อ ปชช.เมินอภิปรายไม่ไว้วางใจ เหตุยุคโควิดห่วงปากท้อง กลัวอดตายมากกว่า
บทความถัดไปตร.หนองแค ร่วมฝ่ายปกครอง ปิดล้อมผับดังสระบุรี รวบ 39 นักเที่ยวปาร์ตี้ยาเค ฉี่ม่วงทั้งหมด