หน้าแรก เศรษฐกิจ กฟผ.ฝ่าดิสรัป...

กฟผ.ฝ่าดิสรัปต์ แตกไลน์ขยายธุรกิจ

23.01.21 | 20:12 น.

กฟผ.ฝ่าดิสรัปต์ แตกไลน์ขยายธุรกิจ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า รวมถึงรูปแบบการผลิตไฟฟ้า ซึ่งถูกกำหนดโดยผู้ใช้ไฟฟ้ามากขึ้น

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าในยุค New Normal นอกจากการผลิตและส่งไฟฟ้าเพื่อรักษาความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของประเทศแล้ว การดำเนินงานของ กฟผ.ยังต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความหลากหลายในยุคดิสรัปชั่น

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (บอร์ด กฟผ.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงแผนการลงทุนของ กฟผ.ในอนาคตว่า นอกจากธุรกิจหลักที่ กฟผ.ดำเนิน อีกส่วนที่ต้องเดินหน้าคือ การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่เป็นส่วนผสมของพลังงานสะอาด และเป็นส่วนผสมของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เป็นดิสรัปชั่นใหม่ๆ ไทยจะก้าวไปสู่จุดนั้นอย่างไร เป้าหมายชัดเจนจะอยู่จุดไหน

อนาคตโอกาสที่ กฟผ.จะผลิตรถอีวีขายเอง อาจจะทำ เพราะ กฟผ.เป็นคนทำอยู่แล้ว จะปล่อยคนอื่นทำได้อย่างไร ในเมื่อ กฟผ.ปักธงตรงนี้ ต้องยึดหัวหาดตรงนี้ไว้ให้ได้ จะปล่อยให้คนอื่นมากินพื้นที่ หรือแบ่งแชร์ตรงนี้ ผมว่าไม่ได้

Advertisement

ประธานบอร์ด กฟผ.ยังระบุว่า ในปัจจุบันสถานการณ์พลังงานโลกเปลี่ยนไป การผลิตไฟฟ้าต้องการพลังงานสะอาด ต้องการพลังงานที่สมาร์ตด้วย อัจฉริยะด้วย เอามาใช้ในชีวิตประจำวัน
มากกว่าจะทำให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อม เกิดพีเอ็ม 2.5 ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ความต้องการของคนก็เพิ่มขึ้นด้วย

ดังนั้น กฟผ.จึงกำลังปรับตัวเป็นผู้บริหารจัดการ ผู้ให้บริการเรื่องไฟฟ้าทุกรูปแบบ ซึ่ง กฟผ.ทำอยู่แล้ว จะไม่ใช่ผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว ปัจจุบัน กฟผ.เดินหน้าพลังงานทดแทน ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์) โรงไฟฟ้าชุมชน ทำโซลาร์ลอยน้ำตามเขื่อนต่างๆ ให้คำแนะนำการให้หมู่บ้านต่างๆ ติดโซลาร์ รวมทั้งมหาวิทยาลัย

อีกธุรกิจที่ กฟผ.จะทำคือ การรับไฟจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นพลังน้ำเป็นพลังงานสะอาดและขายไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ยังขาดแคลนไฟฟ้าอยู่ สิ่งที่ กฟผ.ทำนอกจากขยายสายส่ง จะทำ
เทรดดิ้งเพื่อซื้อขายไฟด้วย โดย กฟผ.จะตั้งบริษัทขึ้นมา บริษัทนี้จะไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่จะเป็นการถือหุ้นในเครือของ กฟผ. หรืออีแกท กรุ๊ป ซึ่งมีบริษัทในเครือทั้งราช กรุ๊ป และเอ็กโก ให้ถือหุ้นบริษัทละ 30% ขณะที่ กฟผ.ถือ 40% บริษัทนี้จะดูแลธุรกิจที่เป็นอัจฉริยะ หรือสมาร์ต เอ็นเนอร์ยี และธุรกิจกรีน เอ็นเนอร์ยี ทำหน้าที่ดูเรื่องเทรดดิ้งในการซื้อขายไฟ

นอกจากนี้ กฟผ.จะร่วมลงทุนกับสตาร์ตอัพ ทำธุรกิจใหม่ๆ ในเรื่องพลังงานสะอาด พลังงานอัจฉริยะ อาทิ การใช้เอไอ การใช้โดรน รวมทั้งการทำแบตเตอรี่ การทำชาร์จจิ้ง สเตชั่น ร่วมลงทุนกับสตาร์ตอัพใหม่ๆ และพัฒนาให้เป็นยูนิคอร์น เพราะสตาร์ตอัพใหม่ๆ มีไอเดีย มีความคิดด้านนวัตกรรม แต่ขาดเงินทุน ส่วน กฟผ.ขาดนักคิดใหม่ๆ เรามีเงิน ซึ่งเรายังต้องทำธุรกิจด้านความมั่นคง ดังนั้น ในส่วนของธุรกิจใหม่ๆ เราจะร่วมมือกับสตาร์ตอัพ และใส่เงินทุนเข้าไป พัฒนาต่อยอดธุรกิจให้เป็นธุรกิจในอนาคต

“ดังนั้น จะเห็นว่า กฟผ.มีบทบาททั้งด้านการสร้างความมั่นคงในเรื่องการผลิตไฟฟ้า การทำให้ประชาชนทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้ การส่งเสริมพลังงานสะอาด จะทำอาร์อีคอนโทรลเซ็นเตอร์ ในการเป็นศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟ รับซื้อไฟอย่างเสถียร ทำธุรกิจเทรดเดอร์ซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านส่งไปอีกประเทศหนึ่ง ทำเป็นกริดคอนเนคทิวิตี้ฮับ ทำธุรกิจอีวีใหม่ๆ ทั้งชาร์จจิ้ง สเตชั่น หรือธุรกิจแบตเตอรี่ จะเป็นบทบาทใหม่ของ กฟผ.ในยุคนี้ เตรียมการมาประมาณ 1 ปีแล้ว เป็นยักษ์ติดปีกพร้อมบิน เป็นยักษ์ที่ใส่สเก๊ตบอร์ดวิ่งให้เร็วขึ้น” นายกุลิศให้ข้อมูล

ด้านนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเสริมว่า ตอนนี้ กฟผ.มีโปรเวนเจอร์ทีม คัดเด็กที่ออกจากงานประจำ มีใจอยากจะทำอะไรใหม่ๆ ทีมนี้จะทำงาน เสนองานให้ผมได้โดยตรง เป็นโครงสร้างใหม่ของ กฟผ. ผมมีหน้าที่ทำให้มั่นใจว่าหน่วยงาน กฟผ.ทุกองคาพยพทำงานแบบไปด้วยกันจริงๆ เพราะที่ผ่านมา กฟผ.ทำแผนดีมาก แต่จะทำให้เป็นเรื่องเป็นราว มักติดขัดระบบต่างๆ ในองค์กร ความล่าช้า มายด์เซตของผู้บริหารยุคเก่าๆ ทำด้วยความระมัดระวัง ชัวร์แต่ช้า ผมพยายามทำให้ชัวร์และเร็วขึ้น

“ในอดีตผู้บริหาร กฟผ.พยายามให้ กฟผ.ปรับตัว เตือนภาวะกบต้มจะจัดการยังไง แต่ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องคน ซึ่งคน กฟผ.รู้ว่าต้องเปลี่ยนแต่จะทำอะไร ยังไง ผมจึงบอกพวกเขาให้ทำงานหลักให้ดีที่สุด ส่วนงานที่ทำใหม่ เป็นนิวเอสเคิร์ฟ คุณต้องสนับสนุน อย่าขัดขวาง ผู้ใหญ่ต้องฟังเด็ก อะไรที่เด็กอยากทำเร็ว ผู้ใหญ่กลับทำให้ช้า อ้างระเบียบ ติดนั่นนี่ ทั้งที่จริงๆ ช่วงโควิดทำงานเร็วๆ ได้หมดเลย เพียงแต่ขอให้ตั้งใจ สนใจ ใส่ใจ ติดตาม เหล่านี้คือหน้าที่ผมทำให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งระยะเวลาทำงานของผม 2 ปี 9 เดือน ผมจะทำให้คน กฟผ.เปลี่ยน ถึงเวลานั้นสถานการณ์ไฟฟ้าจะเป็นยังไง กฟผ.ก็รับมือได้ แต่ทุกวันนี้มีคำถาม กฟผ.จะไหวมั้ย สู้ยังไง จะโดนอะไรหรือเปล่า ยังไม่รู้เรื่องเลย ผู้บริหารก็ลอยลำ รอเกษียณ สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นในยุคของผม” ผู้ว่าการ กฟผ.ระบุ

ผู้ว่าการ กฟผ.ย้ำว่า หลักในการทำงานของผมคือ EGAT for ALL ผมคาดหวังคน กฟผ. ในการทำงานผู้ว่าการทำคนเดียวไม่ได้ สิ่งที่ทำคือนโยบายต่อเนื่องจากผู้บริหารคนก่อนๆ พวกเราช่วยกันมาแต่ต้น ไม่ใช่ใครคนหนึ่งเป็นซุปเปอร์แมน คิดทำนั่นนี่ เปลี่ยนแปลงองค์กรได้ ไม่ใช่ องค์กรไม่ได้ฉาบฉวย ซึ่งผมทำคนเดียวไม่ได้ จึงใช้คำว่า EGAT for ALL หมายความว่า กฟผ.เป็นของพวกเราทุกคน ทุกคนต้องรัก ทะนุถนอม ช่วยทำให้ กฟผ.เป็นแบบที่อยากให้เป็น เป็นทีม ภายนอกองค์กร กฟผ.เป็นของคนไทย คำนี้จึงใช้ได้ทั่วทั้งหมด องค์กรนี้ต้องกระฉับกระเฉง ไม่ช้า ไม่โบราณ คล่องตัว

ยกตัวอย่างธุรกิจอีวี ในภาพรวมตอนนี้ รัฐบาลกำลังเพิ่มดีมานด์ หรือความต้องการใช้อีวี บทบาทของ กฟผ.เวลานี้คือ การทำให้ประชาชนรู้สึกสะดวกสบายกับการใช้อีวี กฟผ.ทำทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ เรือ รถบัส อะไรที่ขับเคลื่อนได้เกี่ยวกับไฟฟ้า กฟผ.ศึกษาหมด เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องใหม่ของไทย ถ้ามีข้อมูลเยอะ คนที่เกี่ยวข้องก็สามารถตัดสินใจเข้ามาลงทุน หรือต่อยอด โดย กฟผ.ทำหน้าที่ศึกษา วิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ให้ความรู้ กฟผ.ทำโดยไม่มุ่งหวังกำไร ทุกอย่างที่ทำเพื่อกระตุ้นให้ใช้อีวีมากขึ้นในประเทศ ส่วนบทบาทใหญ่คือการจัดการระบบไฟฟ้าทั้งหมด

สำหรับแผนการลงทุนของ กฟผ.ในปี 2564 ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นายบุญญนิตย์ยืนยันว่า แม้จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิดรอบใหม่ แต่ภารกิจของ กฟผ.ยังเหมือนเดิม โดยเฉพาะการลงทุนในปี 2564 ได้เตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท สำหรับสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่งตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) โดยภารกิจในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า และระบบสายส่งของ กฟผ. ในช่วง 20 ปีข้างหน้าตามแผนพีดีพี กำหนดวงเงินไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท

“รัฐบาลได้เน้นย้ำให้หน่วยงานรัฐเร่งการลงทุนเพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ใส่เงินเข้าระบบ กระตุ้นการลงทุน ต่อเนื่องไปยังการบริโภคของประชาชนให้ขยายตัวขึ้น ยิ่งในภาวะที่โควิด-19 กำลังระบาด เรื่องนี้ กฟผ.จึงต้องเร่งดำเนินการ ทั้งนี้ จากแผนการลงทุนปีนี้จะยังไม่มีการเลื่อนใดๆ ทุกโครงการยังเป็นไปตามแผน เพราะ กฟผ.ได้คอมมิตเมนต์กับรัฐบาลไว้แล้ว โครงการถูกฟิกซ์ไว้ล่วงหน้า ส่วนถ้าจะมีโครงการใดเป็นพิเศษในปีนี้หรือไม่ อาจต้องมานั่งดูอีกที ขึ้นกับนโยบายรัฐบาลด้วย” นายบุญญนิตย์ทิ้งท้าย