รฟม. เล็งเสนอเอกชนหั่นค่าตั๋วสายสีส้ม ไม่เกิน 45 บาท

รฟม. เล็งเสนอเอกชนหั่นค่าตั๋วสายสีส้ม ไม่เกิน 45 บาท

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า การกำหนดอัตราค่าโดยสาร โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ดังนี้ เอกสารสำหรับคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน (อาร์เอฟพี) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ได้ระบุอัตราค่าโดยสารพื้นฐานอ้างอิง ณ วันที่ 1 มกราคม 2566 เริ่มต้นที่ 17 บาท โดยมีอัตราค่าโดยสารสูงสุด 62 บาท เมื่อผู้โดยสารเดินทางตั้งแต่ 12 สถานีขึ้นไป หรือคิดค่าโดยสารตามระยะทาง 3-4 บาท/สถานี ซึ่งเป็นอัตราค่าโดยสารที่ใช้ในการจัดทำรายงานการศึกษาวิเคราะห์โครงการฯ ระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ของ รฟม. ที่มีสมมติฐานกำหนดเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ในปี 2567 ซึ่งคำนวณตามมาตรฐานของ รฟม.โดยอ้างอิงมาจากดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ)​ และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ

นายภคพงศ์ กล่าวว่า หลังจากได้ผู้ชนะทาง รฟม.จะมีการเจรจาขอปรับลดค่าโดยสารลง ตามนโยบายจากกระทรวงคมนาคมที่ให้เจรจากับเอกชนผู้ผ่านการประเมินสูงสุดในการปรับลดอัตราค่าโดยสารให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับค่าครองชีพ และประชาชนยอมรับได้ โดยรฟม. จะใช้สมมติฐานที่ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 2% ต่อปี จะมีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นอยู่ที่ 15 บาท และมีอัตราค่าโดยสารสูงสุดอยู่ที่ 45 บาท คิดค่าโดยสารตามระยะทาง 2.50 บาท/สถานี หรือใกล้เคียงกับสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นอัตราที่ประชาชนรับได้ รวมทั้งจะใช้อัตราค่าโดยสารนี้ในการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และชมพูอีกด้วย

ส่วนความคืบหน้าการหาผู้ชนะในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งออกมาแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาหาพิจารณา​เอกสารเพื่อหาผู้ชนะการประมูล ประมาณ 2 เดือน หรือในภายเดือนมีนาคม 2564 เนื่องจากมีผู้ยื่นประมูลเพียง 2 ราย คือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ​ จำกัด (มหาชน)​ หรือ บีอีเอ็ม และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)​ หรือ บีทีเอสซี จึงคาดว่าจะใช้เวลาในการคัดเลือกไม่มาก หลังจากนั้น รฟม.จะเร่งให้การก่อสร้างดำเนินการให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด คือ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก จะเปิดให้บริการภายในปี 2567 และสายสีส้มตะวันออกจะเปิดให้บริการภายในปี 2569 โดยคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการครบทุกเส้นทางจะมีผู้โดยสารใช้บริการ 4 แสนคนต่อวัน

Advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image