“อาคม” เรียกบัญชีกลาง-อปท. หารือแยกเงินเบี้ยคนชรา-เบี้ยบำนาญจากญาติเสียชีวิต

26.01.21 | 19:16 น.

“อาคม” เรียกบัญชีกลาง-อปท. หารือแยกเงินเบี้ยคนชรา-เบี้ยบำนาญจากญาติเสียชีวิต

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่มีการเรียกเงินเบี้ยยังชีพจากคนชรา เนื่องจากเป็นผู้มีสิทธิรับเงินบำนาญข้าราชการนั้น ขอชี้แจงว่า ผู้ที่ได้รับบำนาญจากภาครัฐแล้ว จะไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ เพราะถือว่าเป็นเงินของภาครัฐตามกฎหมาย ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ต้องเข้าไปเจรจาเพื่อขอคืน ซึ่งจะไม่ได้จ่ายเป็นก้อนเดียว แต่สามารถทยอยจ่ายคืนเป็นงวดๆ

นายอาคม กล่าวว่า เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาลักษณะ จึงเตรียมเรียกกรมบัญชีกลาง และอปท. หารือเรื่อง เงินในส่วนที่ผู้สูงอายุควรได้เมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่ควรนำมาปะปนกับเงินบำนาญที่เกิดจากการสูญเสียญาติพี่น้อง หรือมรดกตกทอด เพราะเงินผู้สูงอายุถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ผู้สูงวัยควรได้รับเฉพาะผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบหลักประกัน หรือรับข้าราชการ ควรแยกออกจากกันให้ชัดเจน

นางนิโลบล แวววับศรี รองอธิบดี ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลางกล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการเรียกเงินเบี้ยยังชีพคืนว่า กรมบัญชีกลางเป็นเพียงหน่วยงานที่ตอบข้อซักถามจากกระทรวงมหาดไทยว่าบุคคลที่มีรายชื่อที่ส่งมานั้น เป็นบุคคลที่มีสิทธิรับเงินบำนาญหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมากรมฯได้ตอบข้อซักถามไปเพียง 1 รายเท่านั้น ทั้งนี้ หนึ่งในเงื่อนไขการรับเงินเบี้ยยังชีพคนชรา คือ จะต้องไม่เป็นบุคคลที่รับเงินบำนาญด้วย

นางนิโลบล กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบพบว่า มีคนชรารับเงินเบี้ยยังชีพคนชราและเงินบำนาญไปพร้อมกัน ในทางปฏิบัติแล้วบุคคลนั้นๆ จะต้องคืนเงินเบี้ยยังชีพ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับคนชรานั้นๆ จะทำหน้าที่เรียกเงินคืน ดังนั้น จึงไม่ใช่หน้าที่ของกรมบัญชีกลาง และเมื่อ อปท.ได้รับเงินมา จะต้องส่งคืนคลังหลวง เนื่องจากเป็นเงินของแผ่นดิน

นางนิโลบล กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่เพิ่งมีการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว ทั้งที่การจ่ายเงินคนชราเริ่มมาตั้งแต่ปี 2552 นั้น เนื่องกระทรวงมหาดไทยกับกรมบัญชีกลาเพิ่งจะมีการเชื่อมโยงอย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2563 ดังนั้น จึงเพิ่งพบว่า มีการรับเงิน 2 ทาง คือ ทั้งเบี้ยยังชีพคนชราและเงินบำนาญจึงเกิดขึ้น

Advertisement

นางนิโลบล กล่าวว่า แม้จะมีการเรียกเงินคนชราคืน แต่เงินบำนาญยังคงจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย ยกตัวอย่าง กรณีนางบวน โล่สุวรรณ อายุ 89 ปี ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถูกเรียกคืนเงินเบี้ยยังชีพจำนวน 84,000 บาทเนื่องจากได้รับเงินบำนาญกรณีลูกชายเป็นทหารเสียชีวิตจากเหตุคลังแสงระเบิดนั้น ขณะนี้ ทางกรมฯก็ยังจ่ายเบี้ยยังชีพให้เดือนละ 10,000 บาท