หน้าแรก เศรษฐกิจ อมตะ เบรกลงทุ...

อมตะ เบรกลงทุนในเมียนมา รอการเมืองชัด

2.02.21 | 17:10 น.

อมตะ เบรกลงทุนในเมียนมา รอการเมืองชัด

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะคอร์ปเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ขณะนี้อมตะได้มีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีโครงการอยู่ระหว่างเข้าไปพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะย่างกุ้ง หลังจากได้รับใบอนุญาต จากรัฐบาลเมียนมาในการประกอบกิจการนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เมืองย่างกุ้ง บนพื้นที่ประมาณ 2,000 เอเคอร์ หรือประมาณ 5,000 ไร่ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาพื้นที่ในระยะแรกแล้ว โดยใช้งบลงทุนประมาณ 140 ล้านบาท ประมาณ 200 เอเคอร์ หรือประมาณ 500 ไร่ ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา

นายวิบูลย์กล่าวว่า จากสถานการณ์ความผันแปรทางการเมือง ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าแผนการพัฒนาโครงการดังกล่าวได้รับผลกระทบต่อการเข้าไปพัฒนานิคมฯ ดังนั้นอาจจะทำให้แผนการพัฒนามีความล่าช้าออกไปอีก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของกลุ่มลูกค้า ที่อยู่ระหว่างการเจรจาเข้ามาลงทุนในพื้นที่ ประมาณ 20 ราย ที่มีทั้งญี่ปุ่น และยุโรป ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ 100%

“ยอมรับว่านักลงทุนต่างชาติโดยส่วนใหญ่กังวลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของรัฐบาลในเมียนมา โดยเฉพาะกลุ่มยุโรป และประเทศอเมริกา เนื่องจากกลุ่มประเทศเหล่านี้มักไม่เห็นด้วยกับนโยบายการแทรกแซงทางการเมือง ดังนั้นจึงอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศเมียนมาในระยะต่อไป อย่างไรก็ตามคงต้องรอความชัดเจนนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเมียนมาต่อไป” นายวิบูลย์กล่าว

นายวิบูลย์กล่าวว่า ตามแผนการพัฒนาโครงการดังกล่าวในระยะต่อไป อมตะ เตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากเกิดกรณีที่นักลงทุนยังไม่ตัดสินใจเข้ามา อาจต้องเลื่อนการพัฒนาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ แต่เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติก็คงเดินหน้าพัฒนาโครงการดังกล่าวต่อไป โดยแผนการพัฒนานิคมฯโครงการในเมียนมา เป็นการขยายพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้น ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงาน ถือเป็นพื้นที่มีศักยภาพที่มีความพร้อมในการสร้างความได้เปรียบทางการค้า เนื่องจากเป็นประเทศที่เปิดใหม่ มีต้นทุนค่าแรงที่ต่ำ ประกอบกับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออก ดังนั้นหากรัฐบาลเมียนมา ใช้หลักการในระบอบประชาธิปไตย ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและต่างประเทศได้