หน้าแรก เศรษฐกิจ ประเมินท่องเท...

ประเมินท่องเที่ยวตรุษจีนไร้ความคึกคัก หลังโควิดยังอยู่ แม้คลายล็อกดาวน์แล้ว

7.02.21 | 11:32 น.
Indonesian Chinese pray at a temple to celebrate the start of the Lunar New Year in Banda Aceh on February 8, 2016. After decades of repression under the dictatorship of Suharto, who rose to power after a bloody purge of communists and Chinese in the late 1960s, Chinese-Indonesians are now accepted in mainstream society of the largely Muslim nation, with the Lunar New Year - this year marking the Year of the Monkey - a public holiday where it is known as "Imlek". AFP PHOTO / CHAIDEER MAHYUDDIN / AFP / CHAIDEER MAHYUDDIN

‘สทน.’ ประเมินตรุษจีนไร้ความคึกคัก หลังโควิดยังอยู่ แม้คลายล็อกดาวน์แล้ว

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศขณะนี้ ยังคงไม่มีความคึกคักมากนัก เนื่องจากการระบาดโควิด-19 ในประเทศรอบใหม่นี้ ยังไม่คลายตัวลง และประชาชนส่วนใหญ่ยังกังวลการเดินทางอยู่ โดยหากประเมินแนวโน้มในช่วงเทศกาลตรุษจีนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นี้ มองว่าเริ่มมีสัญญาณการเดินทางของคนบางส่วน แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะคึกคักมากหรือน้อยเท่าใด เพราะยังมีหลายจังหวัดที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง หรือพื้นที่สีแดง รวมถึงความมั่นใจในการใช้จ่ายของประชาชนยังไม่ชัดเจนมากนัก จึงยังไม่สามารถประเมินภาพได้ชัดเจน ว่าจะเกิดการเดินทางมากหรือน้อยอย่างไร

“ตรุษจีนปีนี้ ยังเชื่อว่าจะมีการขยับบ้าง จากการหารือร่วมกับผู้ประกอบการด้วยกัน แต่ในส่วนของจำนวนคงไม่ได้มากมายนัก เพราะเพิ่งมีการคลายล็อกดาวน์ในบางจังหวัด และก็ยังมีอีกหลายจังหวัดที่ต้องควบคุมเข้มข้นอยู่ โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาคร ในส่วนของการเพิ่มวันหยุดช่วงตรุษจีนขึ้นมา ถือว่าเป็นเรื่องดีในการกระตุ้นให้คนทั่วไปวางแผนการเดินทาง แต่ประเด็นคือ ติดปัญหาการระบาดโควิด-19 ทำให้การเดินทางน่าจะมีไม่มากเหมือนที่คาดกันในช่วงก่อนเกิดการระบาด โดยหากเทียบความคึกคักกับปี 2563 คาดว่าจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่หากเทียบกับปี 2562 ก็น่าจะชะลอตัวลงค่อนข้างสูง” นายอดิษฐ์ กล่าว

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หากภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลสามารควบคุมการระบาดโควิด-19 อยู่ แต่ประกาศคลายล็อกดาวน์ทั้งประเทศได้ มองว่าในเดือนมีนาคมนี้ รัฐบาลจะต้องเตรียมโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่มีอยู่ ดันออกมาใช้ให้หมด อาทิ เที่ยวเส้นทางคนโสด เที่ยวไทยวัยเก๋า และเราเที่ยวด้วยกัน หรืออาจมีทำโครงการใหม่ๆ ออกมา โดยรัฐบาลจะต้องหารือร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการกระตุ้นตลาดได้ทันที เมื่อมีการปลดล็อกดาวน์ออกมา ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะจะก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นฤดูการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของการกระตุ้นตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่ฉีดวัคซีนต้านไวรัสแล้ว เป็นการจัดทำวัคซีนพาสปอร์ตขึ้น มองว่าหากประเทศไทยสามารถจัดทำไว้ให้เสร็จเรียบร้อยทั้งหมดได้ในทุกขั้นตอน และหากดูผลการประเมินจากนี้ไปอีก 3 เดือน (มีนาคม-พฤษภาคม) ซึ่งเป็นช่วงของการกระจายฉีดวัคซีนทั่วโลก และหากผลการฉีดวัคซีนออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ เราก็จะสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มที่มีการฉีดวัคซีนแล้วได้ทันที เนื่องจากรัฐบาลมีการจัดเตรียมรูปแบบการเดินทางเข้ามาของวัคซีนพาสปอร์ตไว้ โดยหากอนุญาตให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาแบบไม่ต้องกักตัว 14 วันได้ ผนวกกับการรองรับของตลาดที่มีความพร้อม เชื่อว่าไทยจะกลับเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวแบบช้าๆ ได้อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศแสดงความต้องการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศจำนวนมาก อาทิ อินเดีย

“การเริ่มต้นฉีดวัคซีนในหลายประเทศทั่วโลก และความต้องการเข้ามาท่องเที่ยวของต่างชาติจากหลายประเ ทศนั้น ถือเป็นโอกาสที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคเอกชน ในการช่วยกันผลักดันให้เกิดการเปิดประเทศได้ ภายใต้มาตรการรองรับที่รอบคอบ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้” นายอดิษฐ์ กล่าว

Advertisement