“กคช.” เดินหน้าลดดบ.เช่าซื้อช่วยผู้อยู่อาศัยรับผลกระทบโควิด จ่อออกพันธบัตรอีกล็อต
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า กคช.ก่อตั้งมา 48 ปีได้พัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศแล้ว 742,975 ยูนิต แบ่งเป็น โครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน 280,567ยูนิต โครงการเคหะชุมชน จำนวน 142,103 ยูนิต โครงการเคหะชุมชน และบริการชุมชน จำนวน 27,317 ยูนิต ครงการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดทั้งปรับปรุงชุมชนที่ดินเดิมและจัดหา ที่อยู่อาศัย จำนวน 233,964 ยูนิต โครงการพิเศษและบริการชุมชน จำนวน 3,980 ยูนิต โครงการเคหะข้าราชการ จำนวน 50,708 ยูนิต โครงการแก้ไขปัญหาวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 258 ยูนิต โครงการที่พักอาศัยสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 2,374 ยูนิต โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ จำนวน 845 ยูนิต โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง จำนวน 334 ยูนิต และโครงการอาคารเช่า 525 ยูนิต
นายทวีพงษ์กล่าวว่า สำหรับในปี 2564 ได้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ กคช.ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าใหม่ผ่าน 3 รูปแบบโปรโมชั่น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2564 ได้แก่ 1. โปรโมชั่นดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับลูกค้าที่สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อสามารถยื่นขอสินเชื่อ จากโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือทำสัญญาเช่าซื้อโดยตรงกับ กคช.ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.โปรโมชั่นลดราคา (Shock Price) โครงการบ้านเอื้ออาทร 56 โครงการ กำหนดราคาขายเงินสดยูนิตละ 250,000 – 520,000 บาท และ 3.โปรโมชั่นเช่าราคาพิเศษ 999 – 1,200 บาทต่อเดือนในปีแรก จำนวน 84 โครงการที่กคช.กำหนด
นายทวีพงษ์กล่าวว่า สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันในปี 2564 ได้แก่ 1.ลดอัตราดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อ ที่อยู่อาศัย 2.ลดค่างวดเช่าซื้อที่อยู่อาศัยโดยขยายเวลาการผ่อนชำระ 3.ปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าเช่าซื้อที่ค้างชำระค่าเช่าซื้อ และ 4.ส่วนลดค่างวดเช่าซื้อ 1,000 บาท สำหรับลูกค้าเช่าซื้อที่มีประวัติชำระดี ไม่มีหนี้ค้างชำระ
นายทวีพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้กคช.ยังได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงบริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยจัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 เห็นชอบในหลักการให้กคช. จัดทำโครงการดังกล่าว ในวงเงิน 5,207 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ 2563 และปี 2564 สำนักงบประมาณได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้จำนวน 692.80 ล้านบาท สำหรับการดำเนินโครงการฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย (คบส.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ ร่วมทำหน้าที่บริหารการ ให้สินเชื่อเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ปัจจุบันได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วจำนวน 114 ราย คิดเป็นวงเงินที่ปล่อยสินเชื่อ จำนวน 75.83 ล้านบาท นอกจากนี้กคช.ได้ระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) จำนวน 6,800 ล้านบาท โดยได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการแบบให้เปล่าจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง โดยมีธนาคารออมสินเป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย และกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งการดำเนินการระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) ในครั้งนี้ ใช้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ (Refinance) อันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย จำนวน 5 โครงการ และในปี 2564 กคช.ตั้งเป้าหมายการออกพันธบัตรเพื่อสังคม หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนเพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
นายทวีพงษ์กล่าวว่า สำหรับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ระยะที่ 2 อาคาร A1 สูง 32 ชั้น 1 อาคาร 635 ยูนิต รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมจากแฟลตที่ 9 – 17 และแฟลตที่ 63 – 64 จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณเดือนเมษายน 2564 คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2566 และอาคาร D1 สูง 35 ชั้น 1 อาคาร 612 ยูนิต รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมจากแฟลตที่ 23 – 32 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ ระยะที่ 3 และ 4 จำนวน 13,746 ยูนิต (แปลง D2, แปลง E และแปลง B) รองรับข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนแนวทางการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน
“ในปีนี้ กคช.เตรียมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านเคหะสุขประชา และเศรษฐกิจสุขประชา จำนวน 20,000 ยูนิต (ทั่วประเทศ) โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยที่เกษียณอายุ “บ้านเกษียณสุข” โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ Senior Complex โครงการที่อยู่อาศัยตามแนวโครงข่ายคมนาคม (TOD) และ โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนนโยบายของภาครัฐให้เป็นไปตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (Housing For All)”นายทวีพงษ์กล่าว

