หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ดีโอดี’ ลุยก...

‘ดีโอดี’ ลุยกัญชงเต็มสูบ จ่อขอใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก-จำหน่าย-ครอบครองเมล็ดพันธุ์ ขยายสู่ตลาดโลก

8.02.21 | 18:49 น.

‘ดีโอดี’ ลุยกัญชงเต็มสูบ จ่อขอใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก-จำหน่าย-ครอบครองเมล็ดพันธุ์ ขยายสู่ตลาดโลก

นายธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD เปิดเผยว่า ภายหลังจากกฎกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ.2563 เริ่มต้นมีผลใช้บังคับแล้ววันที่ 29 มกราคม 2564 โดยก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้รับซื้อกัญชงในโครงการรับสมัครผู้ปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์ของทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเครือข่ายเกษตรผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตเพาะปลูกกัญชงเป็นจำนวนมาก ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการสนับสนุนให้ใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงที่กำลังเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน โดยการใช้กัญชงจะต้องขออนุญาตกับทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งการแปรรูปผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือสร้างมูลค่าเพิ่ม และการปลูก ขณะที่ปัจจุบันทางอย.อยู่ระหว่างการสร้างระบบและแฟลตฟอร์มการยื่นสมัครขออนุญาต เพื่อใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งหากแฟลตฟอร์มการยื่นสมัครขออนุญาตแล้วเสร็จ ทางบริษัทฯ ก็สามารถยื่นใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD ในการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกัญชง


“บริษัทฯ ยังเตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิต (ที่มิใช่การปลูก) เตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์ เตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งออกเมล็ดพันธุ์ เตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ และเตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเมล็ดพันธุ์ ด้วยเช่นเดียวกัน โดยหากบริษัทฯได้รับใบอนุญาตครบตามที่ยื่นขอ และสามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชงเชิงพาณิชย์ได้ตามที่วางแผนไว้ จะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความพร้อมของศักยภาพความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำ ในการผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชงได้แบบครบวงจร ที่สำคัญจะส่งผลให้รายได้บริษัทฯ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดต้นทุนการผลิต ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีโรงงานสกัดที่เป็นของตนเอง ทำให้เกิดห่วงโซ่คุณค่า (แวลูเชน) ตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ สร้างประโยชน์และมูลค่าเพิ่มให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” นายธนิน กล่าว

นายธนิน กล่าวว่า ภายหลังจากได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะเริ่มดำเนินการขยายโรงงานสกัดสาร เพื่อรองรับการสกัด CBD จากกัญชงในเฟสแรก ซึ่งก็จะสามารถนำสารสกัดจากกัญชงมาเข้าสู่ไลน์การผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำในประเทศเป็นลำดับต่อไป และหากโรงสกัดสาร CBD เฟสแรกประสบความสำเร็จ บริษัทฯ ก็มีแผนขยายการลงทุนเพื่อก่อสร้างโรงสกัดสารจากกัญชงในเฟสสอง ซึ่งจะเป็นโรงสกัดที่มีขนาดใหญ่กว่าในเฟสแรก ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและขยายผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดโลก