ต่างชาติเป๋าหนักสมาชิก ‘บัตรอีลิตการ์ด’ พัก 4-6 เดือน เปย์ไม่อั้น 5.4 แสนบาท

ต่างชาติเป๋าหนักสมาชิก ‘บัตรอีลิตการ์ด’ พัก 4-6 เดือน เปย์ไม่อั้น 5.4 แสนบาท

นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการใหญ่บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ผู้ดำเนินงานโครงการบัตรเอกสิทธิ์พิเศษ หรือ บัตรอีลิตการ์ด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ มีจำนวนสมาชิกบัตรอีลิตการ์ดที่พำนักอยู่ในไทยประมาณ 3,000 คน จากสมาชิกทั้งหมดประมาณ 10,000 คน ซึ่งจำนวนที่เหลือประมาณ 7,000 คน อยู่ระหว่างการประเมินความชัดเจนของการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย โดยสมาชิกอีลิตการ์ดที่อยู่ในไทยตอนนี้ ส่วนใหญ่จะพักอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 100 เหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่งที่ผ่านมามักพักในไทยยาวเฉลี่ย 4-6 เดือน ทำให้เกิดการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 360,000-540,000 บาทต่อรอบที่พำนักในไทย สะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายของสมาชิกอีลิตการ์ดที่ค่อนข้างสูง โดยสมาชิกที่ยังพักอยู่ในเมืองไทย มากกว่า 3,000 คน ในช่วงประมาณครึ่งปีมีการใช้จ่ายเงิน ประมาณ 1,350 ล้านบาท ซึ่งมองว่าน่าจะเป็นรายได้ในจากภาคท่องเที่ยวทางเดียวของรัฐบาลที่ยังเหลืออยู่ในขณะนี้

“ภายในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถล้างขาดทุนสะสมที่มีต่อเนื่องมาตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทในปี 2564 รวม 18 ปีได้ทั้งหมด ซึ่งจะถือเป็นปีที่มีกำไรเป็นครั้งแรก โดย ณ สิ้นปีงบประมาณ 2563 มีขาดทุนสะสมอยู่ 246.15 ล้านบาท เหตุผลสำคัญที่จะสามารถล้างขาดทุนสะสมได้ เนื่องจากการจำหน่ายบัตรสมาชิกในปีนี้ คาดว่าจะสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จำนวน 2,607 ใบ เพราะตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ 2564 มาได้เพียง 4 เดือนคือ เดือนตุลาคม 2563 มาจนถึงเดือนมกราคม 2564 บริษัทฯ สามารถขายบัตรสมาชิกไทยแลนด์อิลีตการ์ด ได้แล้วกว่า 2,066 ใบ” นายสมชัยกล่าว

นายสมชัยกล่าวว่า สำหรับสมาชิกบัตรไทยแลนด์อีลิตการ์ดที่เดินทางเข้าไทย อันดับ 1 มาจากอังกฤษ ส่วนชาวจีนเป็นอันดับ 4 ซึ่งผลจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทย ส่งผลกระทบทำให้สมาชิกชะลอการเดินทางเข้าไทยประมาณ 70% จากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 อนุญาตให้เข้ามาได้เดือนละ 200 คน ซึ่งที่ผ่านมามีต่างชาติที่เป็นสมาชิกบัตรเดินทางเข้าไทยแล้วประมาณ 800 คน จากสมาชิกที่เตรียมเข้าไทยมาประมาณ 1,800 คน โดยประเทศที่สมัครสมาชิกไทยแลนด์อีลิตการ์ดอันดับ 1 ยังเป็นชาวจีน แม้ล่าสุดที่มีการทำรัฐประหารในประเทศเมียนมา บริษัทฯ ได้รับการติดต่อจากนักธุรกิจจีนในเมียนมา ที่ยื่นแสดงเจตจำนงหรือแสดงความต้องการเข้ามาสมัครสมาชิกจำนวนมาก เพื่อเดินทางเข้ามาพำนักในไทย แต่ยังอยู่ระหว่างการสอบถามและติดต่อกับสถานทูตไทยในเมียนมา เพราะแม้จะสมัครสมาชิกและได้รับการอนุมัติ จนได้รับวีซ่าเข้าไทยแล้ว แต่ก็ยังมีเงื่อนไขการเดินทางที่รัฐบาลเมียนมายังประกาศปิดสนามบินนานาชาติอยู่

นายสมชัยกล่าวว่า ความคืบหน้าในการร่วมมือกับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ให้ชาวต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียม ราคารวมกันถึง 10 ล้านบาท จะได้รับสิทธิเป็นสมาชิกไทยแลนด์อีลิตการ์ด ภายใต้โครงการบัตร Elite Flexible One ล่าสุดมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 10 ราย รวม 46 โครงการ ได้แก่ บริษัท ไรมอนแลนด์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท แสนสิริ จำกัด บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด(มหาชน) บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) บริษัท วรลักษณ์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท 888 ทองหล่อ จำกัด บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมแล้ว ซึ่งเพื่อให้สอดคล้องตรงตามวัตถุประสงค์ของภาครัฐ ที่มีความต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงอนุญาตให้ผู้สมัครที่มีสิทธิครอบครองอสังหาริมทรัพย์แบบสัญญาเช่า สามารถสมัครบัตรสมาชิกในโครงการ Elite Flexible Oneได้ด้วย และแม้โครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 แต่ได้อนุญาตให้ต่างชาติที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อดาวน์ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้โอนเป็นเจ้าของสามารถสมัครบัตรสมาชิกได้ด้วย เพื่อช่วยโครงการอสังหาฯ ให้ได้รับการโอนโดยเร็ว รวมถึงให้โครงการอสังหาฯ ที่ถูกซื้อกิจการ ทั้งโครงการโดยนักลงทุนหรือบริษัทที่เป็นทั้งของไทยและต่างชาติ สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กต่อ’เป็นผู้แทน’บิ๊กบี้’ส่งมอบศูนย์สุขภาพชุมชนล็อก 1-2-3 พร้อมชุดและอุปกรณ์การเรียน
บทความถัดไปฮ่องกงเลือกไทย ตั้งสำนักงานการค้าแห่งที่3 หลังเอฟทีเออาเซียน–ฮ่องกง สมบูรณ์12 กพ.