2 นักวิชาการถอดภารกิจเร่งด่วน‘กสทช.’ ขับเคลื่อนประเทศยุคดิจิทัล…อย่ามัวดราม่า!!
บรรยากาศ การคัดเลือกกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ช่วงนี้อยู่ในภาวะฝุ่นตลบทางสองแพร่งของวุฒิสภา ทั้งต้องเลือกระหว่างยกมือผ่านรายชื่อกรรมการการ กสทช. ที่ทางกรรมการสรรหาฯได้คัดสรรไว้และเลือกยกมือผ่านร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (พ.ร.บ.กสทช.) ฉบับใหม่ ซึ่งมี “เบื้องลึกเบื้องหลัง” กันทั้งคู่ จากการถูกกล่าวหาว่ารายชื่อที่คัดมาแล้วขัดคุณสมบัติกับการเป็นกรรมการ กสทช. ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าได้ตัดส่วนสำคัญออกไป พร้อมทั้งล็อบบี้ไม่ให้มีการแปรญัตติ… ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร แต่ภารกิจการพัฒนาด้านโทรคมนาคมไทยยังต้องดำเนินต่อไป จนเรื่องดราม่าที่มีอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องแค่ฝุ่นผง!! “มติชน” สัมภาษณ์ 2 นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทางด้านโทรคมนาคม มองอนาคตโทรคมนาคมไทยจะเดินหน้าไปต่ออย่างไร

สืบศักดิ์ สืบภักดี กรรมการบริหารและเลขาธิการสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สทค.) ระบุถึงภารกิจเร่งด่วนของ กสทช.ชุดใหม่ ว่า ภารกิจเร่งด่วนที่ กสทช.ต้องเข้ามาสานงานต่อ คือ การออกกฎระเบียบเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ กฎระเบียบที่มีอยู่ตอนนี้ไม่สอดรับกับปัจจุบัน อาทิ การผลักดันขับเคลื่อน 5จี ให้ใช้งานกับประชาชนและเศรษฐกิจ กิจการตัวใหม่อย่างกิจการดาวเทียม ที่ กสทช.ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขณะนี้สตาร์ลิงค์ บริษัทของ อีลอน มัสก์ เปิดให้จองอุปกรณ์ดาวเทียมในประเทศไทย เป็นเรื่องใหม่มาก กสทช.ต้องเคลื่อนไหวเร็ว
⦁จี้ปรับแผนขับเคลื่อน 5จี หลังเกิดโควิด
ที่ผ่านมาสถานการณ์โควิด-19 ทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมหยุดนิ่ง ถ้าสถานการณ์ยังอยู่แบบนี้ กำลังซื้อของประชาชนหดตัว จะทำให้การใช้งาน 5จี ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย กสทช.อาจต้องปรับแผนรองรับสถานการณ์โควิด-19 ทำอย่างไรให้บริการโทรคมนาคมเข้ามาช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
แผนการใช้ 5จี มีการกำหนดมาก่อนสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่การวางโครงข่ายสนามบิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวถึงสนามบินแล้วมีสัญญาณ 5จีใช้ กำหนดจุดสัญญาณตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้เห็นว่าเป็นประเทศไทยเป็นที่แรกในอาเซียน ขณะที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ลงทุนท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นท่าเรืออัจฉริยะ นอกจากนี้แผนการใช้งาน 5จี ยังรองรับอุตสาหกรรมการผลิตแบบไร้สาย การแพทย์ การรักษาผ่านทางไกล ภาคการเกษตรอัจฉริยะ แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ ทำให้การขับเคลื่อน 5จีเป็นไปได้ยาก เพราะผู้ให้บริการเครือข่ายได้รับผลกระทบหนักด้วยเช่นกัน
สำหรับโครงข่ายโทรคมนาคมไทย ขณะนี้ไม่เป็นรองใครในโลก แต่พูดไปไม่ค่อยมีใครเชื่อ เคยเดินทางไปประเทศเยอรมนี พบว่าไม่มีสัญญาณมือถือครอบคลุมเหมือนของไทย กลับกันผู้บริโภคคนไทยมีความต้องการให้ทุกจุดของประเทศมีสัญญาณมือถือ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีหลักฐานยืนยัน แต่การมีเว็บไซต์จัดอันดับออกมา ทำให้รู้ว่าไทยไม่ได้เป็นรองใคร เป็นผลมาจากการลงทุนและพัฒนาเครือข่าย แม้ผู้ให้บริการจะประมูลคลื่นมาในราคาสูง แต่ราคาค่าบริการอยู่ในระดับที่ยอมรับกันได้
ปัจจุบันไทยมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต่างเป็นแผนที่มองเห็นความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนภายใต้เศรษฐกิจดิจิทัล ให้ไทยเปลี่ยนจากประเทศที่ซื้อเทคโนโลยีเป็นหลัก เป็นประเทศที่พัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ปัจจุบันประเทศไทยพยายามเร่งติดอาวุธ ทุ่มทรัพยากรไปยังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หลังการประมูลคลื่นความถี่เพื่อใช้งานในระบบ 5จี รอบล่าสุด ได้กำหนดต้องลงทุนในพื้นที่อีอีซีก่อน ตอนนี้มีสัญญาณ 5จี ครอบคลุมแล้ว การขับเคลื่อนนี้จะสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ อย่างสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางการเงิน มาเลเซียเป็นศูนย์กลางเก็บข้อมูลดิจิทัล และเวียดนามเป็นศูนย์กลางการผลิต
⦁เสนอมาตรการ 5จี ต่อดีอีเอส
อย่างไรก็ตาม อยากเสนอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดำเนิน 4 ด้าน เพื่อขับเคลื่อน 5จี โดยด่วน ประกอบด้วย 1.สนับสนุนให้เกิดการใช้โครงข่ายร่วมกัน ใช้เสาสัญญาณต้นเดียวกัน ในทางวิศวกรรมไม่มีปัญหาที่แต่ละเครือข่ายจะมาใช้เสาสัญญาณร่วมกัน แต่ติดปัญหาเรื่องแรงจูงใจ ถ้าภาครัฐระบุว่าให้ใช้เสาของค่ายเอ จะลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตลง มีแรงจูงใจแน่นอน แต่ปัจจุบันไม่มีแรงจูงใจ ทำให้มีจำนวนเสามากขึ้น เกิดทัศนวิสัยไม่ดี มีการลงทุนซ้ำซ้อน ต้องนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศมากขึ้น
2.ส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศในการใช้ 5จี ปัจจุบันโครงข่ายสัญญาณมีทั่วเมืองใหญ่ 77 จังหวัด แต่ความต้องการใช้งานยังต่ำอยู่ การใช้งานของภาครัฐไม่ชัด ทั้งแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการเกษตร การศึกษา การเสริมทักษะ ควรมีกองทุนหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้กับธุรกิจสตาร์ตอัพ เพื่อเติมเต็มให้กับระบบนิเวศนี้ ซึ่งภาครัฐต้องทำให้เกิดการใช้งานเป็นหลัก
3.ปรับปรุงกฎระเบียบ อาทิ การนิยามอุปกรณ์แอปเปิลวอทช์ ซึ่งได้รับการอนุญาตให้ใช้คลื่นไฟฟ้าวัดคลื่นหัวใจได้ มีระเบียบที่ว่าอุปกรณ์การวัดคลื่นหัวใจ เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ นอกจากจะต้องขออนุญาตจาก กสทช.แล้ว จะต้องไปขออนุญาตกับทางกระทรวงสาธารณสุขอีก ซึ่งไม่พบในประเทศอื่น ในอนาคตจะมีนวัตกรรมที่ยิ่งกว่า อย่างการวัดระดับน้ำตาลในเลือดโดยใช้คลื่นไฟฟ้า หรือการนำอุปกรณ์อัจฉริยะไปใช้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ให้แพทย์ติดตามอย่างใกล้ชิด หรือการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกยังไม่แก้กฎระเบียบ ขณะที่เอกชนพร้อมให้บริการ แต่ยังติดกับกฎระเบียบที่ยังไม่สอดรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือการยังไม่ออกกฎระเบียบมารองรับ อาทิ การให้บริการผ่านอินเตอร์เน็ต (โอทีที) แกร๊ป
4.การสร้างแรงจูงใจกับผู้ให้บริการ 5จี หรือการให้ผลประโยชน์ตอบแทน ด้วยการลดภาษีหรืองดเก็บค่าธรรมเนียม กับผู้ให้บริการที่ไปตั้งเสาโครงข่ายในพื้นที่ที่ห่างไกล แม้ว่ารัฐจะเสียผลประโยชน์ แต่ได้สิ่งอื่นกลับเข้ามา อย่างเด็กในพื้นที่ห่างไกลได้รับการศึกษาทางอินเตอร์เน็ต ยกระดับอุตสาหกรรมครัวเรือน ภาครัฐอยากให้ประชาชนทำแบบนั้นแบบนี้ แต่ขาดเรื่องมาตรการแรงจูงใจชัดเจน การประมูลคลื่นความถี่ที่ผ่านมา มีข้อกำหนดต้องแบ่งปัน (แชร์) เครือข่ายให้กับผู้ประกอบการอื่น 10% แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแชร์แบบหลอก อาทิ ค่ายเอตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เพื่อสร้างค่ายมือถือใหม่ชื่อว่าจี ใช้โครงข่ายเดียวกัน มันเป็นเงื่อนไขที่ทำไม่ได้จริง แต่ไม่ผิดเงื่อนไขที่ภาครัฐได้กำหนดไว้
⦁อยากเห็นค่ายมือถือแชร์เครือข่ายช่วยปชช.
การแชร์เครือข่ายกันต้องมีระบบกลางที่ไว้บริหารจัดการผลประโยชน์ร่วมกัน (เคลียร์ริ่งเฮ้าส์) เราไม่ปฏิเสธได้ว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องมีการแข่งขัน แต่การแชร์เครือข่ายนั้น ประชาชนจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ อาทิ ค่ายเอมีสัญญาณครอบคลุมกว่า ค่ายดีเครือข่ายครอบคลุมไม่เท่า แต่มีการตกลงใช้เครือข่ายร่วมกัน (โรมมิ่ง) หรือเอาตัวอย่างที่มีความเป็นไปได้ อย่างการเกิดภัยพิบัติ ค่ายเอดับค่ายดีใช้ได้ ทำไมคนค่ายเอถึงใช้ในค่ายดีไม่ได้ ทำไมต้องแบ่งแยกค่ายกัน หรืออย่างเคยเกิดเหตุการณ์สายเคเบิลของค่ายหนึ่งขาดในภาคใต้ ทำให้ผู้ใช้บริการค่ายนั้นไม่สามารถใช้งานได้ 24 ชั่วโมง ทำไมเราถึงไม่โรมมิ่งไปค่ายอื่นได้ จึงต้องมีการทำเครือข่ายร่วมแห่งชาติ ต้องให้ กสทช.เป็นเจ้าภาพ ซึ่งปัจจุบันนี้มีแต่บริการย้ายค่ายเบอร์เดิมที่ใช้ระบบเคลียร์ริ่งเฮ้าส์
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพอมีตัวอย่างจริงให้เห็น แต่อยู่ในลักษณะกึ่งบังคับจากภาครัฐ คือ การลงทุนตั้งเสาเครือข่ายในพื้นที่อีอีซี รัฐมอบอำนาจให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที (ควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)) แต่เพียงผู้เดียว ผู้ประกอบการรายอื่นต้องไปทำในลักษณะขอแชร์เสาเครือข่าย แต่เอกชนมีความกังวลในเรื่องของคุณภาพการให้บริการเหมือนกัน หรือในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ได้มอบอำนาจให้บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือแคท ตั้งเสาเครือข่ายต้นไม้ในพื้นที่อุทยานแล้วให้เอกชนมาเช่าใช้ กรณีนี้จะใช้มาตรการบังคับอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้เกิดการตกลงผลประโยชน์ระหว่างเอกชนบ้าง แต่ยอมรับว่าเกิดยาก เพราะขาดแรงจูงใจจากภาครัฐ

ขณะที่ เจษฎา ศิวรักษ์ หัวหน้าธุรกิจสัมพันธ์และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองต่อภารกิจเร่งด่วนของ กสทช.ชุดใหม่ ว่า ภารกิจมีความคมมากกว่าการประมูลคลื่นความถี่ เพราะต้องการปรับรูปแบบอุตสาหกรรมให้สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 การมาถึงของ 5จี มันคือการเปลี่ยนเกม ที่ไม่ใช่แค่การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนอุตสาหกรรม จากแรงงานมนุษย์ไปสู่แรงงานหุ่นยนต์แทน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรม
⦁กสทช.ต้องปรับบทบาท
กสทช.ต้องไม่มองตัวเองเป็นองค์กรบังคับและควบคุม แต่ต้องมองตัวเองเป็นผู้อำนวยความสะดวก ประสานกับองค์กรภาครัฐอื่น นอกจากดูแลเรื่องความถี่ก็ต้องดูเรื่องการยกระดับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ยกระดับดิจิทัลในประเทศไทย
คำถามคือกรรมการ กสทช.คนใหม่ มีความน่าเชื่อถือเพียงใด กสทช.มีความโปร่งใส เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพกับอุตสาหกรรมมากแค่ไหน การใช้อำนาจไปได้ระยะหนึ่ง แต่ไม่นานจะไม่ได้รับความร่วมมือ กรรมการ กสทช.ชุดเก่ามีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง แต่ชุดใหม่ที่กำลังเข้ามาต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้นไปกว่านี้ เพราะจะมีงานเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายมากขึ้น
ประเทศไทยมี พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ แต่ความเป็นจริงยังต้องเข้าไปทำเอกสารในหลายหน่วยงาน ทำยังไงให้เกิดช่องทางเดียวที่จะติดต่อราชการ กรอกข้อมูลเอกสารชุดเดียว แล้วไปกระจายข้อมูลให้หลายหน่วยงานราชการไปออกใบอนุญาตได้ ไม่ใช่หน้าที่ของเอกชนที่จะต้องรับทราบว่าต้องไปขอใบอนุญาตกับหน่วยงานราชการไหนอาทิ หากต้องการขออนุญาตประกอบกิจการ 5จี ในโรงงานอุตสาหกรรม กสทช.ควรทำหน้าที่รับเรื่องแล้วกระจายการขออนุญาตต่างๆ ให้กับหน่วยงานราชการอื่นๆ เป็นการนำเทคโนโลยีการสื่อสารมายกระดับบริการภาครัฐให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น
สำหรับคลื่น 5จี ที่ประมูลไปก่อนหน้านี้ ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในอนาคต คลื่นหลักขนาดใหญ่อย่างคลื่น 3500 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่มีการประมูล และในปี 2566 จะมีคลื่น 6 กิกะเฮิรตซ์ ที่เตรียมนำออกมาใช้งาน ถ้าประเทศไทยยังงกความถี่เพื่อประมูลในราคาสูง จะมีปัญหาแน่ อุปกรณ์ 5จี ไม่ได้รองรับอยู่แค่คลื่นเดียว ถ้าอุปกรณ์ไม่รองรับจะเปล่าประโยชน์
อีกประเด็นที่ กสทช.ชุดใหม่ควรดำเนินการ คือ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ จะดำเนินการอย่างไร ต้องไปดูถึงผู้ผลิตอุปกรณ์เลยหรือไม่ ไทยมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ถ้ามีผู้นำเข้าอุปกรณ์หุ่นยนต์เข้ามาในไทย จะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลการผลิตของบริษัทจะไม่รั่วไหลไปที่อื่น จะเกิดการชี้นิ้วกันไปมาระหว่างคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) กับ กสทช. หรือเปล่า ไม่ใช่มากาง พ.ร.บ.ดูอำนาจหน้าที่กัน ต้องดูภาพใหญ่ ต้องดูวัตถุประสงค์เป็นหลัก เป็นยุคแห่งการดิสรัปต์ ทั้งระบบกฎหมาย ระบบราชการ
⦁ไพรเวทเน็ตเวิร์ก-เฟคนิวส์เอาไง
ในเชิงเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมใดที่มีส่วนเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ของประเทศได้ ถ้าไม่ปรับตัวในอนาคตแพ้แน่นอน ถึงแม้จะมี 5จี เข้ามาช่วย แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถช่วยอุตสาหกรรมต่างๆ ได้เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์
ตัวอย่าง สิงคโปร์เตรียมนำ 5จี ใช้เปลี่ยนอุตสาหกรรมไปสู่ดิจิทัล มากกว่านำไปใช้การเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ทำให้มีหุ่นยนต์ต่อพนักงานมากที่สุดในโลก ส่วนไทยมีคนจำกัด งบประมาณจำกัด มีเวลาจำกัด หากขับรถแทรคเตอร์ในเหมืองพื้นที่อีอีซี ก็สามารถบังคับรถแทรคเตอร์ได้ที่คอนโด ไม่ถูกจำกัดในเชิงกายภาพ เรื่องนี้เกี่ยวข้องถึงระบบกฎหมายทั้งหมดของประเทศ อย่างขอบเขตของดิจิทัล กับขอบเขตกายภาพไม่เหมือนกัน หรือกรณีมีคนเปิดเว็บไซต์พนันในประเทศ แต่เซิร์ฟเวอร์อยู่นอกประเทศ เอาผิดไม่ได้ ต้องปรับระบบกฎหมายให้เอาผิดกับเซิร์ฟเวอร์นอกประเทศได้ ภัยคุกคามมีมากขึ้น กสทช.ต้องปรับมุมมองปรับความคิดให้ทัน
ในยุคดิจิทัล สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ การแชร์โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน รัฐต้องสร้างกลไกความเชื่อใจกันได้อย่างไร ต้องทำตัวเป็นองค์กรกำกับดูแลที่มีความน่าเชื่อถือนอกจากนี้ยังเกิดไพรเวทเน็ตเวิร์ก คือการใช้เครือข่ายส่วนตัวภายในสถานที่ของตัวเอง อาทิ ใช้หุ่นยนต์ภายในพื้นที่โรงงาน จำเป็นต้องไปประมูลคลื่น 3500 เมกะเฮิรตซ์ กับคนอื่นด้วยหรือเปล่า ในเมื่อไม่ได้กระจายสัญญาณรบกวนกับคนอื่น แค่ใช้ภายในกิจการของตัวเอง คำถามต่อมาคือ ไพรเวทเน็ตเวิร์กต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ เรื่องนี้กสทช.ชุดใหม่ต้องมีคำตอบ
อีกประเด็นที่เป็นคำถาม คือ ในปี 2566 จะมีการประชุม World Radiocommunication Conferences (WRC) หรือ WRC-23 เพื่อใช้คลื่นความถี่ย่าน 6 กิกะเฮิรตซ์ในระบบ 5จี ผู้ผลิตอุปกรณ์เตรียมพร้อมผลิตในปี 2565 แต่ในประเทศไทยคลื่นย่าน 3500 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่ได้ออกมาใช้เลย แล้วประเทศจะมีแผนไปทางไหนต่อ
นอกจากนี้ ประเด็นข่าวปลอม (เฟคนิวส์) ปัจจุบันใช้อำนาจปราบปราม แต่มีอีกวิธีที่ทำให้เกิดในทางสร้างสรรค์ได้ ให้ผลตอบแทนกับสำนักข่าวจริงที่ผลิตข่าวจริงออกมาไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม เพราะเป็นผู้สื่อสารที่น้อยคนจะทำได้ เป็นโจทย์ของรัฐที่จะต้องออกแบบกลไก ออกกฎระเบียบ มารองรับกับระบบนิเวศนี้
⦁โควิด-19ดันเปลี่ยนผ่านยุคดิจิทัลเร็วขึ้น
สถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ก่อนที่บ้าน ที่ทำงาน ที่เรียนหนังสือ มันคนละที่กัน แต่ทุกวันนี้อยู่ที่เดียวกัน ย้ายไปตรงไหนก็ได้ แต่ก่อนคิดไว้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้าจะเกิด แต่โควิด-19 ทำให้เกิดขึ้นได้ตอนนี้ หลายบริษัทเติบโตช่วงโควิด เพราะลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการบริหาร แต่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ เป็นช่วงที่ผสมผสานระหว่างประสบการณ์ทางด้านกายภาพ กับประสบการณ์ทางด้านดิจิทัล นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล โจทย์ใหญ่ตกมาอยู่กับผู้บริหารที่ต้องเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น บริหารคนในองค์กรในยุคเปลี่ยนผ่านให้ได้
เป็นมุมมองจาก 2 นักวิชาการ ที่ก้าวข้ามขั้นตอนการได้มาของ กสทช.ชุดใหม่ที่ยังฝุ่นตลบรอให้รัฐเร่งจัดการ เพราะประเทศไทยภายใต้สถานการณ์โควิด-19จะมัวป่วยกระเสาะกระแสะไม่ได้ ตรงกันข้ามต้องรีบลุกขึ้นและขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตภายใต้ยุคดิจิทัลโดยเร็ว!!
ทีมข่าวเศรษฐกิจ

