หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดแล้ว! ทาง...

เปิดแล้ว! ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ เชื่อม กทม.ฝั่งตะวันตก แก้ปัญหารถติด(คลิป)

22.08.16 | 12:53 น.

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ณ บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษกำแพงเพชร 2 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดใช้ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยได้เปิดให้บริการเต็มรูปแบบหลังเวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2554 ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ดำเนินโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ โดยเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินการในรูปแบบ Build-Transfer-Operate รัฐบาลสนับสนุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทางบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BEM รับภาระค่างานออกแบบและก่อสร้าง ค่าควบคุมงานก่อสร้าง ค่าบริหารจัดการให้บริการและบำรุงรักษา มูลค่าโครงการ 32,816 ล้านบาท แบ่งเป็นงานค่าออกแบบและก่อสร้าง รวมถึงค่าควบคุมงานก่อสร้าง เป็นเงิน 24,417 ล้านบาท ค่าบริหารจัดการให้บริการและบำรุงรักษา เป็นเงิน 8,399 ล้านบาท รัฐบาลอุดหนุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 9,564 ล้านบาท มีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี รวมระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี ซึ่งตามกำหนดเดิมจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปลายปี 2559 แต่เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร และเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชน กระทรวงคมนาคม จึงได้ขอความร่วมมือจาก กทพ. และ BEM ในการเร่งรัดการก่อสร้างให้สามารถดำเนินงานได้เร็วกว่าแผนงาน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทั้งสองหน่วยงานจนสามารถเปิดให้บริการได้ในวันนี้ และเร็วกว่าแผนงานเดิมถึง 5 เดือน

 

 

Advertisement

 

 

พลเอกวิวรรธน์ สุชาติ ประธานกรรมการ กทพ. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการต่อขยายทางพิเศษไปยังฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มีแนวสายทางไปตามแนวเขตทางรถไฟเดิม ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 7 และสิ้นสุดโครงการบริเวณย่านบางซื่อ ใกล้กับสถานีขนส่งหมอชิต 2 เข้าเชื่อมต่อกับทางพิเศษสายศรีรัชเดิม และลงสู่ระดับดิน ที่ราชพฤกษ์ บางบำหรุ จรัญสนิทวงศ์ พระราม 6 และกำแพงเพชร 2 มีด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ จำนวน 10 ด่าน ส่วนอัตราค่าผ่านทางเป็นระบบเปิดแบบเหมาจ่ายในอัตรา รถยนต์ 4 ล้อ 50 บาท รถ 6-10 ล้อ 80 บาท และรถเกิน 10 ล้อ หรือรถพ่วงอื่นๆ ราคา 115 บาท ทั้งนี้คาดว่าเมื่อเปิดให้บริการจะมีปริมาณจราจรเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 45,000 เที่ยวต่อวัน และในปีแรกของการเปิดให้บริการจะมีปริมาณจราจรเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 97,000 เที่ยวต่อวัน

“ทางพิเศษสายนี้ นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการจราจรทางด้านทิศตะวันตกของกรุงเทพฯแล้ว ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของประชาชนในการเดินทาง และยังช่วยลดปัญหาการสูญเสียพลังงานเชื้อเพลิง ช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทาง เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และส่งเสริมระบบขนส่ง ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย”