หน้าแรก เศรษฐกิจ เอไอเอส ผนึก ...

เอไอเอส ผนึก SNC นำ 5G ยกระดับอุตสาหกรรม กู้เศรษฐกิจไทย

18.02.21 | 17:54 น.

เอไอเอส ผนึก SNC นำ 5G ยกระดับอุตสาหกรรม กู้เศรษฐกิจไทย

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรืเอไอเอส เปิดเผยว่า บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ช่วงความถี่ 25.2-26.4 กิกะเฮิรตซ์ ได้ชำระค่าคลื่นความถี่ดังกล่าว จำนวน 5,719.15 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยบริษัทเป็นเพียงรายเดียวที่มีคลื่น 26 กิกะเฮิรตซ์ ย่านความถี่สูง ในปริมาณแบนด์วิธมากที่สุดถึง 1200 เมกะเฮิรตซ์ และพร้อมแล้วในการเปิดให้บริการทันที

ทั้งนี้ จากการชำระค่าคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ พร้อมรับใบอนุญาต ส่งผลให้บริษัทถือครองคลื่นความถี่ 5G ครบทั้ง 3 ย่าน ได้แก่ คลื่น 700, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ หากรวมเฉพาะคลื่นความถี่ที่จะนำมาให้บริการ 5G ทั้งหมดอยู่ที่ 1330 เมกะเฮิรตซ์ และเมื่อรวมกับคลื่นความถี่เดิมที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่แล้ว ส่งผลให้มีคลื่นความถี่ในการให้บริการ 3G,4G และ 5G มากที่สุดรวม 1420 เมกะเฮิรตซ์ (ไม่รวมคลื่นที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ)

ขณะเดียวกัน ในปี 2564 บริษัทได้เตรียมงบลงทุนเครือข่ายรวม 25,000 – 30,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเครือข่ายทั้ง 5G และ 4G ประมาณ 20,000-25,000 ล้านบาท รวมทั้งอินเตอร์เน็ตบ้าน ประมาณ 5,000 ล้านบาท หลังจากในปี 2563 มีการลงทุนพัฒนาเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง จนครบ 77 จังหวัดเป็นรายแรก พร้อมครอบคลุม 100% สำหรับพื้นที่ใช้งานในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ด้วยงบลงทุนในปี 2563 เป็นเงิน 35,000 ล้านบาท

สำหรับคุณสมบัติของคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ถือได้ว่าตอบโจทย์การดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง อาทิ สามารถออกแบบเครือข่ายได้อย่างสอดรับกับลักษณะธุรกิจที่แตกต่างกันของแต่ละโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความหน่วงที่ต่ำมาก สามารถตอบสนองการทำงานของอุปกรณ์ในสายพานการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

โดยล่าสุด บริษัท ร่วมกับ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอ็นซี ผู้ผลิตกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศในพื้นที่อีอีซี นำเทคโนโลยี 5G มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตภายในโรงงาน โดยที่ผ่านมาได้ร่วมทดลองการใช้งานบนคลื่นความถี่ 26 กิกะเฮิรตซ์ แล้วและประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง พร้อมเป็นต้นแบบของการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การเป็นอุตสาหกรรมดิจิทัลต่อไป

นายสมชาย งามกิจเจริญลาภ รองประธานกรรมการบริหารเอสเอ็นซี กล่าวว่า เอไอเอส ถือเป็นพาร์ทเนอร์ที่มีความพร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยเฉพาะเทคโนโลยี 5G ที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ภาคการผลิตได้อย่างลงตัว โดยปัจจุบันได้นำ 5G มาประยุกต์ใช้ใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.5G เอจีวี เป็นการใช้ 5G ควบคุม และสั่งการรถเอจีวี (Automated Guided Vehicles) ที่ใช้สำหรับการขนส่งชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตภายในโรงงาน และระหว่างโรงงาน เพื่อให้การขนส่งชิ้นส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิตให้โรงงาน

2.5G Smart Robot เป็นการใช้ 5G ควบคุม สั่งการในส่วนของแขนกลหุ่นยนต์ (Robot) ที่ใช้งานในส่วนสายการผลิตที่เกี่ยวข้อง โดยเทคโนโลยี 5G จะนำมาช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากคน (Human error) และช่วยสร้างความปลอดภัย, ลดการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนได้ และ 3.5G Active Dashboard การประยุกต์ใช้งาน 5G ในการเชื่อมต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์ และแมชชีน เพื่อให้สามารถ Monitoring สายการผลิตต่างๆ นำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้โรงงานเป็น Smart factory อย่างแท้จริง

“จากการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในโรงงานในครั้งนี้ ทำให้สามารถเวลาทำงานเพิ่มขึ้น 10-20% แลประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น 5-10% รวมทั้งทำให้ต้นทุนต่ำลง และลดการการของเสีย” นายสมชาย กล่าว

นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช.ได้มอบใบอนุญาตใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ และใบอนุญาตประกอบกิจการบนคลื่นความถี่ดังกล่าวให้กับเอดับบลิวเอ็น โดยใบอนุญาตดังกล่าวมีอายุ 15 ปี เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2579 สำหรับเงินดังกล่าวหลังหักค่าใช้จ่าย และนำส่งกองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 15% แล้ว สำนักงาน กสทช.จะรีบนำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป