ที่กระทรวงการคลัง นายอภิศักดิ์ ตันวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายลังประชุมความช่วยเหลือกรณีปัญหายางพาราตกต่ำร่วมกับนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารกรุงไทย ว่า ในการให้ความช่วยเหลือราคายาง นั้นจะให้ธ.ก.ส.และออมสิน เข้ามาช่วยปล่อยสินเชื่อ 0% สำหรับการรับซื้อยางจำนวน 1 แสนตัน โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ 2 ธนาคารเท่ากับต้นทุนเงินของแบงก์ คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณ 4-5 พันล้านบาท ซึ่งจะเริ่มได้ทันที หลังจากเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งกระทรวงการคลัง พยายามเสนอให้เร็วที่สุด ถ้าทันในวันที่ 19 มกราคม 2559
นอกจากนี้ จะให้ 4 ธนาคารรัฐ คือกรุงไทย ออมสิน เอสเอ็มอีแบงก์ และ ธกส.เข้ามาปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่รับซื้อยางจำนวน 1 แสนตัน แล้วนำไปผลิตสินค้า ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ตรงนี้สามารดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องเข้าครม.เพราะรัฐไม่ชดเชย นอกจากนี้ยังให้สานต่อโครงการเดิม คือ การให้ 5 ธนาคารพาณิชย์ คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกร ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย และธนาคารธนชาต ปล่อยสินเชื่อให้กับเอกชนที่ทำซื้อยางมาสต็อคไว้ โดยพยายามทำให้มาตรการทั้งหมดดำเนินการได้ภายในเดือนมกราคมนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวสวนยางได้ทันเวลา
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างรวมรวมปริมาณการใช้ยางของภาคอุตสาหกรรม รวมถึง เข้าไปไล่ดูว่าโรงงานที่ได้รับใบอนุญาต ร.ง.4 ไปแล้ว จำนวน 79 โรงงานว่า จะเปิดดำเนินการเท่าใด โดยจะมีการขอความร่วมมือโรงงานดังกล่าว มาใช้ยางให้เพิ่มขึ้น คาดว่าจะช่วยทำให้ น่าจะมีคำสั่งซื้อยางเพิ่มขึ้นหลายพันตัน ซึ่งอุตสาหกรรมยางนั้น จะได้รับสิทธิพิเศษบีโอไออยู่แล้ว ตามนโยบายรับเบอร์ซิตี้
