นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานการพิจารณาแนวทางการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามแนวรถไฟความเร็วสูง ที่กระทรวงคมนาคม ว่า ผลการหารือในครั้งนี้พบว่าการดำเนินงานวิเคราะห์ประโยชน์พัฒนาพื้นที่สองข้างทางมีความคืบหน้าไปมาก โดยกำหนดให้กระทรวงคมนาคมเร่งสรุปตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะเพิ่มขึ้นหลังการพัฒนาส่วนดังกล่าวเพื่อรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะเป็นการศึกษาริมสองข้างทางของ 4 โครงการรถไฟความเร็วสูง คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง, กรุงเทพฯ-หัวหิน, กรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-นครราชสีมา
นอกจากนี้ยังมอบให้กระทรวงคมนาคมเร่งศึกษาโครงการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา, โครงการพัฒนาท่าเรือจุกเสม็ด และโครงการพัฒนาท่าเรือเฟอร์รี่ เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวระยอง-ปราณบุรี โดยแผนงานทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จและเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเปิดให้โครงการเริ่มประมูลและนำมาสู่การลงพื้นที่ก่อสร้างโดยเร็ว ซึ่งเป้าหมายของรัฐบาลอยากให้โครงการในอีอีซีเห็นภาพชัดเจนช่วงไตรมาส 4 นี้
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ กระทรวงจะทำแผนรายงานภาพรวมของการพัฒนารถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง รวมไปถึงแผนการจัดใช้ประโยชน์ที่ดินรอบสถานี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินมูลค่า โดยสาเหตุที่สามารถพัฒนาเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยองได้ก่อน เพราะเป็นเส้นทางที่พร้อม มีความต้องการสูง และเป็นเส้นทางที่มีจุดสิ้นสุดที่ระยอง ซึ่งจะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ใหญ่ในอนาคต ส่วนกรุงเทพฯ-หัวหิน พบว่ายังต้องศึกษาผลตอบแทนอีกเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า โดยอาจจะต้องศึกษามองไปถึงการขยายเส้นทางไปยังสุราษฎร์ธานี หรือต่อไปยังปาดังเบซาร์ ซึ่งจุดนี้ต้องหารือร่วมกับมาเลเซียเพื่อมองภาพการเดินรถร่วมกันด้วย

