หุ้นไทยดิ่งพสุธา ปิดลบ 22.37 จุด คาดดัชนีเข้าสู่ช่วงพักฐานระยะสั้น

หุ้นไทยดิ่งพสุธา ปิดลบ 22.37 จุด คาดดัชนีเข้าสู่ช่วงพักฐานระยะสั้น

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ1,500.51 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,478.14 จุด ปรับลดลง 22.37 จุด หรือ 1.49% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,505.47 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,476.50 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 89,859.24 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 2,407.25 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 2,173.64 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 1,966.70 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 6,547.59 ล้าน

โดยนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปิดในแดนลบ โดยดัชนีปรับลดลงอย่างร้อนแรงในการซื้อขายช่วงบ่าย สาเหตุมากจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีล) ซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก เมื่อบอนด์ยีลปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็ส่งผลให้นักลงทุนต้องปรับสถานะพอร์ตถือครอง เนื่องจากส่วนต่างผลตอบแทนของการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้แคบลง ทำให้เกิดการชะลอแรงซื้อหุ้นไป ซึ่งในหุ้นไทยจะเห็นว่าวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย เพื่อปรับพอร์ตค่อนข้างสูง จึงเป็นภาพการไหลออกของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ด้วยโดยประเมินตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ หลังจากดัชนีหลุดระดับสำคัญที่ 1,500 จุดแล้ว มองว่าเป็นการพักฐานของดัชนีในระยะสั้น

ปัจจัยบวกยังเป็นวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และสถานการณ์การระบาดไวรัสทั่วโลก แม้ความจริงแล้วจะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดปรับขึ้นค่อนข้างมากแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่องอยู่ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก ที่พยายามรักษาสมดุลให้กับสภาพคล่องของเศรษฐกิจทั่วโลกไว้ ส่วนปัจจัยลบเป็นเรื่องบอนด์ยีลเป็นหลัก เพราะตัวบอนด์ยีลที่ปรับขึ้นแรงๆ ทำให้หุ้นปรับขึ้นลำบากนายณัฐพล กล่าว

นายณัฐพล กล่าวว่า ในเชิงกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุน ต้องชะลอการลงทุนเพื่อรอดูจังหวะก่อน โดยหุ้นหลายตัวที่ปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนแย่งกันขายทำกำไร จึงยังไม่สะเด็ดน้ำเท่าที่ควร ทำให้ต้องรอดูจังหวะการพักฐานก่อนกลับเข้าไปลงทุนใหม่ แนวรับอยู่ที่ระดับ 1,450 จุด บวกลบไม่ไกลนัก หุ้นเด่นแนะนำเป็นกลุ่มธนาคาร (แบงก์) อาทิ หุ้นกสิกรไทย ที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของบอนด์ยีล ซึ่งหากราคาย่อตัวลง สามารถทยอยเข้าซื้อสะสมได้รวมถึงหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์หรือคอมโมดิตี้ต่างๆ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ณัฏฐพลไม่อยากคิดมีเบื้องหลังปมโหวตน้อย ลั่นมีบุญได้เป็นรมว.ศึกษาฯ ชี้ ‘บิ๊กตู่’ ยังไม่ส่งสัญญาณปรับ ครม.
บทความถัดไปหมอเกาหลีขู่หยุดงานประท้วงต้าน กม.ใหม่ หวั่นกระทบรับมือโควิด