หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีแทค เปิดกลย...

ดีแทค เปิดกลยุทธ์ปี 64 มุ่งเชื่อมต่อลูกค้าสู่ดิจิทัล มั่นใจถือครองคลื่นเพียงพอให้บริการลูกค้า

22.02.21 | 18:01 น.

ดีแทค เปิดกลยุทธ์ปี 64 มุ่งเชื่อมต่อลูกค้าสู่ดิจิทัล มั่นใจถือครองคลื่นเพียงพอให้บริการลูกค้า ลุยขยายบริการ 5G – 4G ต่อเนื่อง

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า กลยุทธ์ปี 2564 บริษัทมุ่งเชื่อมต่อลูกค้าสู่ดิจิทัล เนื่องจากการเชื่อมต่อเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน และสร้างสังคมไทยให้แข็งแกร่งผ่านการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายที่ผลักดันทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท นอกจากบริการการสื่อสารไร้สายทั้ง 5G และ 4G ในราคาที่เหมาะสม

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทคโนโลยี ดีแทค กล่าวว่า บริษัทเร่งนำคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ มาให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยตั้งเป้าหมายภายในไตรมาส 1/2564 ขยายสถานีฐาน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 4,400 สถานีฐานทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณกว่า 3,000 สถานีฐาน โดยดีแทคเปิดให้บริการ 5G และ 4G บนคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Dynamic Spectrum Sharing (DSS) ทำให้สามารถใช้งานคลื่นเดียวทั้ง 5G และ 4G ไม่ต้องแบ่งแบนด์วิดท์ด้วยประสิทธิภาพเต็มที่สูงสุด

นอกจากนี้ มั่นใจว่าคลื่นความถี่ที่บริษัทถืออยู่ในปัจจุบันเพียงพอให้บริการลูกค้า โดยปัจจุบันบริษัทมีคลื่นความถี่ทั้งหมด 330 เมกะเฮิรตซ์ แบ่งเป็นคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 60×1 เมกะเฮิรตซ์ (พันธมิตรกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที), คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15×2 เมกะเฮิรตซ์, คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 5×2 เมกะเฮิรตซ์, คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 5×2 เมกะเฮิรตซ์, คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10×2 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่น 26 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 200×1 เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจากความต้องของลูกค้าไม่ใช่ความเร็วสูงสุด แต่ลูกค้าต้องการให้เครือข่ายครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อสามารถใช้งานเชื่อมต่อกันได้ในทุกที่

ดังนั้น บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์การออกแบบโครงข่ายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยดูที่พฤติกรรมและแนวโน้มการใช้งานของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี ซึ่งจากข้อมูลของปีที่ผ่านมาจะเห็นพฤติกรรมลูกค้า 4 กลุ่ม คือ 1.เน็ตภูธรหน้าใหม่ โดยต่างจังหวัดมีอัตราเติบโตมากกว่า 9 เท่า เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ การเข้าถึงสมาร์ทโฟนยังเพิ่มขึ้น 3 เท่าในภูมิภาค (ข้อมูล มกราคม 2563 – มกราคม 2564) บริษัทเร่งนำคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด

Advertisement

2.ขยันผ่านเน็ตทางไกล กลุ่มผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่ปรับตัวรับกับความปกติใหม่โดยทำงานและเรียนที่บ้าน ซึ่งมีความต้องการใช้งานดาต้าจากชุมชนที่พักอาศัย โดยใช้งานแอปพลิเคชันเพื่อสร้างผลผลิตและการทำงานร่วมกันแม้อยู่คนละพื้นที่ ตามข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 – มกราคม 2564 พบว่า งาน Zoom เพิ่มขึ้น 5050% และ Google Hangouts 740% ทำให้บริษัทยกระดับประสบการณ์ด้วยคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่ให้บริการ 5G และ 4G ครอบคลุมในอาคารสูง พื้นที่ห่างไกล และชุมชน

3.อยู่ติดบ้านด้วยเน็ตบันเทิง ซึ่งจากสถานการณ์ล็อกดาวน์ หรืออยู่บ้านพบว่ากลุ่มผู้ใช้งานที่ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านแอปพลิเคชันเพื่อบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง และช้อปปิ้งออนไลน์ ผ่านแอปเพื่อตอบโจทย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้น ดังนั้นบริษัทเร่งขยายเทคโนโลยี 5G-ready massive MIMO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานดีขึ้น 3 เท่า และเปิดให้บริการ 4G-TDD บนคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ (ให้บริการบนคลื่นเอ็นที หรือทีโอที เดิม) อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงประมาณ 20,400 สถานีฐาน

และ 4.เน็ตคือหัวใจสำคัญ โดยกลุ่มผู้ใช้งานที่พึ่งพาระบบอินเตอร์เน็ตเป็นหลักในการปฏิบัติภารกิจ ให้บริการแก่ประชาชนและชุมชน เช่น โรงพยาบาลและบริการฉุกเฉิน รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มธุรกิจ เป็นต้น ด้วยระบบชุมสาย Virtual Core Network 100% และบริษัทยังนำคลื่น 26 กิกะเฮิรตซ์ มาทดสอบใช้งานบริการต่างๆ รวมถึงขยายสู่คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ พร้อมนำศักยภาพที่แท้จริงของโครงข่าย 5G มาทำให้เกิดประโยชน์เพื่อผู้ใช้งาน