คลัง เตือน ห้ามร้านค้ารับจ่าย ‘เราชนะ’ ผ่านฟู้ดดิลิเวอรี

คลัง เตือน ห้ามร้าน รับจ่าย “เราชนะ” ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่ กลุ่มไร้สมาร์ทโฟนลงทะเบียน 1.5 ล้านคน

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการร้านค้าและบริการรายย่อยที่เข้าร่วม โครงการเราชนะ ว่า กระทรวงการคลังได้ขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ตรวจสอบผู้ประกอบการร้านค้า หรือผู้ให้บริการรายย่อย ที่ขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเกินควร ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค หลังจากได้รับร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 1569 หรือแจ้งข้อมูลของผู้ร้องเรียน พร้อมหลักฐานในการร้องเรียน รวมถึงช่องทางติดต่อกลับของท่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ 1569@dlt.go.th

หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง กระทรวงการคลังจะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่อง EDC และแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ของร้านค้า ตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

น.ส.กุลยากล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการฯ ที่กำหนดให้รับชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการโดยตรงจากประชาชนตามราคาสุทธิของสินค้าและ/หรือบริการนั้นๆ และมีการซื้อ-ขายสินค้าหรือรับบริการกันจริง โดยไม่เป็นการดำเนินการผ่านคนกลาง เช่น การสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่นบริการรับสั่งอาหาร (Food Delivery Service) เป็นต้น หากตรวจสอบพบว่า มีผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยกระทำผิดเงื่อนไขดังกล่าว กระทรวงการคลัง จะดำเนินการระงับการใช้แอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะเดียวกัน น.ส.กุลยากล่าวถึงสำหรับความคืบหน้าของโครงการฯ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 มีดังนี้ ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 จนถึงปัจจุบันแล้ว จำนวน 1.5 ล้านคน สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 24,283.4 ล้านบาท

น.ส.กุลยากล่าวว่า ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอพพ์ “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิร่วมโครงการแล้ว มีจำนวนมากกว่า 15.6 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิสะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 20,930.3 ล้านบาท

รวมมีผู้ใช้สิทธิโครงการทั้งสิ้นจำนวน 29.3 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 45,213.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอพพ์ “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจำนวนมากกว่า 1.1 ล้านกิจการ โดยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สูงสุดถึงร้อยละ 36 ของการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์รวม ตามมาด้วย กรุงเทพและปริมณฑล ภาคใต้ และภาคกลาง ตามลำดับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กว่า 20 ชั่วโมง ถกแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 2 ผ่านรัฐสภาแล้ว พร้อมปิดสมัยประชุมสภา
บทความถัดไปโซเชียลปลื้ม หนุ่มทำคอนเทนต์ TikTok ทานขนมกับหมา ชม ตัวอย่างที่ดี ไม่จำเป็นต้องโยน