ที่โรงแรม เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง การส่งเสริมสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม และกลุ่มกิจการเพื่อสังคม โดยมีผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน 18 องค์กรเข้าร่วม ว่า การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็น 1ในนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นทิศทางก้าวใหม่ที่สำคัญของประเทศ เพื่อมุ่งเน้นในการส่งเสริมสนับสนุนให้ธุรกิจได้เข้ามามีส่วนในการรับใช้สังคมมากขึ้น มากกว่าธุรกิจปกติ ซึ่งได้ทำในรูปของ CSR ซึ่งประเทศไทย ประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมพุทธศักราช 2562 มีเจตนารมย์ในการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ที่มีวัตถุประสงค์หลักส่งเสริมการจ้างงานกับบุคคลผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชนสังคมรวมทั้งสิ่งแวดล้อม
“ในฐานะที่ผมเข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ร่วมกับคณะกรรมการทุกท่านดำเนินการหลายประการในช่วงที่ผ่านมา เราสนับสนุนส่งเสริมให้มีการจดทะเบียน และจดแยกวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือธุรกิจที่ต้องการพัฒนาตนเองไปเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมต่อไปในอนาคต ” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีวิสาหกิจเพื่อสังคม จำนวนทั้งสิ้น 148 กิจการทั่วประเทศ โดยจำนวนนี้เป็นกิจการที่ไม่ประสงค์แบ่งผลกำไรถึง 124 กิจการและอีก 24 กิจการ นั้น สามารถแบ่งผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นตามกฎหมายได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ แต่ที่น่ายินดี คือ เราไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะที่ 148 วิสาหกิจเพื่อสังคม ยังมีอีก 10 กิจการที่ได้มาจดแจ้ง เพื่อเตรียมการที่จะพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมต่อไป ทำให้มองเห็นว่า วิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศของเรานั้น มีความคืบหน้า
“ที่สำคัญ และเป็นภารกิจของภาครัฐและทุกองค์กรจะต้องช่วยกันทำให้เข้มแข็งเพื่อทำหน้าที่รับใช้สังคม และสามารถยืนหยัดทำธุรกิจของตนเองต่อไปได้ไม่ล้มหายตายจากไป “นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า และมี 4 ข้อที่เป็นการบ้านร่วมกันคือ 1.เรื่องทุน หลายองค์กรจับมือกันจะช่วยเหลือวิสาหกิจเพื่อสังคมในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดใหม่ต่อไป 2.เรื่องการผลิตทั้งการพัฒนา ออกแบบ ภาคการผลิตสินค้าหรือบริการ 3.เรื่องการตลาด ทางกระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาเป็นหน่วยงานสำคัญอีกอันหนึ่งช่วยส่งเสริมสนับสนุน และ 4.เรื่องเทคโนโลยี
ทั้งนี้ เพื่อเป้าหมายความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ในการส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมของไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป

